วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อ.แอน ษณอนงค์ คำแสนหวี - สาเกตุ

ที่โรงแรม คุณต๋องคุยกับคนในพื้นที่ เปิดแผนที่จนเจอทางเข้าที่น่าจะใกล้เคียงที่สุด หลังอาหารเช้า เราออกเดินทางอีกครั้ง จุดแรกที่แวะ คือ สถูปยมกปาฎิหาร ที่นี่เป็นเนินดินที่สูงที่สุดในเมืองสาวัตถี เป็นจุดที่พระพุทธองค์แสดงยมกปาฎิหาร แล้วเสด็จขึ้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา



รถของเราขับผ่านสถูปยมกปาฏิหารอยู่ 2 รอบ สุดท้ายก็ตัดสินใจขับเข้าถนนดินตรงข้ามสถูป  รถขับตรงเข้าไปเรื่อยๆ  ผ่านโรงเรียน ตรงเข้าหมู่บ้านที่ต้องบอกว่าเป็น original อินเดียจริงๆ ผ่านถนนเข้าไปเรื่อยๆจนทะลุออกไปหลังหมู่บ้าน  ที่นี่ ฝนยังคงกระหน่ำลงมาตลอด  เหมือนกับฟ้าร่ำไห้ต้อนรับการกลับมาของใครบางคน
เราออกมายืนกางร่ม ดูบริเวณโดยรอบ เห็นเนินดินเป็นแแนวยาวซึ่งเป็นแนวกำแพงเมืองโบราณของเมืองสาวัตถี รวมถึงซากโบราณสถานบางส่วนของวัดบุพพาราม  แต่เนื่องจากฝนตกหนักมาก เราเลยไม่สามารถเดินสำรวจได้ ซักพักเรากลับขึ้นรถทยอยออกจากหมู่บ้านช้าๆ   อาจารย์บอกว่าหมู่บ้านนี้ คือ บ้านส่วยนางวิสาขา  ที่นี่ไม่เคยมีทัวร์เข้ามาถึง เพราะทางเข้าเป็นถนนดิน เล็กขนาดพอดีที่รถเก็งเข้าได้เท่านั้น สวนกันลำบาก  และยังเป็นโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขุดแต่ง อาจารย์ตั้งใจว่า ในการเดินทางรอบต่อไป อาจารย์จะเปิดโรงทานที่นี่


เนินดินแนวกำแพงเมืองสาวัตถี

บริเวณนี้น่าจะเป็นทางเข้าเมืองสาวัตถี

วัดบุพพาราม











เรากลับเข้าโรงแรมอีกครั้ง ทานอาหารกลางวัน เช็คเอ้าท์แล้วออกเดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา  วันนี้เราถึงโรงแรมมืดตามเคย


ดอกมัสตาทเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง ชาวอินเดียปลูกกันทุกที่



ห้องน้ำที่จุดแวะพักระหว่างทาง คุณท้อปลงไปโยกน้ำเอง

กะลัมจาย(ชานมร้อน) ก้อนกลมๆที่เห็นเป็นแป้งโรตี

โรตีโอ่งขนานแท้

โรงครัว


ร้านสะดวกซื้อ

ระหว่างทางไป ถนนกำลังก่อสร้างและเต็มไปด้วยรถบรรทุก