วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

"ตามรอยสมเด็จพระนเรศวร" กับ อาจารย์แอน - ษณอนงค์ คำแสนหวี - เวียงแหง เปียงหลวง ตอนที่ 5



 

 
ตอนบ่าย เราแวะที่ข่วงอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่บ้านปางควาย ซึ่งอำเภอเวียงแหงร่วมกับกองทัพภาคที่ 3  จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2548 เป็นปีที่ครบ 400 ปี ของการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรฯ สังเกตุที่หลังคา จะทำเป็นรูปหมวกทรงไทใหญ่เลียนแบบพระมาลาที่เก็บไว้ที่วัดพระธาตุเวียงแหง

 
ช้างทรงเจ้าพระยาไชยานุภาพ


 

 
คณะของเราแยกจากผู้กองตองที่ตรงนี้ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนจาก

ประมาณบ่าย 2 โมง คณะของเรามาถึง "พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์" ที่ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว เจดีย์นี้สร้างเสร็จใน พ.ศ. 2513 บริเวณนี้เชื่อว่าเคยเป็นทางผ่านของกองทัพสมเด็จพระนเรศวรตอนยกกองทัพไปตีกรุงอังวะ กรมศิลปากรได้สร้างค่ายจำลองไว้ที่นี่ด้วย

 
ภาพในพระสถูปมีอิฐเก่าจากเจดีย์ที่เมืองหางที่ถูกพม่าระเบิดทิ้งนำมาก่อเป็นฐานเจดีย์



 

 
ท่านปิ่นกับท่านรองกิตติชัยกำลังจุดประทัดถวาย


ค่ายหลวงจำลอง


Chicken Army


รูปหล่อทั้ง 3 พระองค์ในค่ายหลวง

ภาพถ่ายสถานที่ที่สมเด็จพระนเรศวรเสด็จสวรรคตในเขตพม่า

 
ประวัติศาสตร์ไทใหญ่ระบุว่า ในครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวร ได้ทรงยกทัพขึ้นไปช่วยเจ้าคำก่ายน้อย ที่กำลังทำศึกกับทหารพม่าซึ่งรุกรานเมืองไทใหญ่ แต่สมเด็จพระนเรศวรฯ สวรรคตเสียก่อนที่เมืองหาง ในเขตพม่า ห่างจากชายแดนอำเภอเชียงดาวไปประมาณ 40 กิโลเมตร สมเด็จพระเอกาทศรถจึงได้อัญเชิญพระบรมศพกลับมาทางเวียงแหง และโปรดให้สร้างเจดีย์ตรงจุดที่เสด็จสวรรคต

คนไทใหญ่เรียกเจดีย์นี้ว่า "กองมูเจ้านเรศวร" หรือ "กองมูขุนหอคำไตย" แปลว่า เจดีย์ของพระเจ้าแผ่นดินไทย เจดีย์นี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวไทใหญ่มาก นักรบของกองกำลังไทใหญ่จะมาบวงสรวงสักการะเจดีย์นี้ก่อนออกรบเสมอและรบชนะพม่าทุกครั้ง ซึ่งสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารและชาวไทใหญ่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ. 2502 ทหารพม่าจึงลักลอบระเบิดเจดีย์องค์นี้และใช้รถแทร็กเตอร์ไถกวาดซากเจดีย์ลงทิ้งแม่น้ำหาง

ในปี พ.ศ.2512 พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น ได้ติดต่อทหารไทใหญ่ที่ประจำการอยู่ในหมู่บ้านเปียงหลวง ให้ขี่ม้าไปยังเมืองหาง เขตรัฐฉาน เพื่อนำอิฐจากซากพระสถูปเจดีย์องค์เดิม มาเป็นฐานของพระสถูปเจดีย์องค์ที่สร้างที่เมืองงายองค์ปัจจุบัน



ห้องศาสตราวุธ

บ่ายสามโมงครึ่ง เรามาที่บ้านมิตราทร มูลนิธิอุบลรัตน์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โรงเรียนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ ในอำเภอเชียงดาว (mitratorn@live.com)  ที่นี่ดูแลเด็กติดเชื้อ 70 คน เด็กกำพร้า เด็กมีปัญหา เด็กที่อยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง เด็กชาวเขาอีก 400 คน อาจารย์แอนได้โอนเงินมาให้ทางนี้จัดอาหารเลี้ยงเด็ก 22,000 บาท เป็นลอดช่อง 1 มื้อยามบ่ายและข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่างในมื้อเย็น เรามาตอนเลี้ยงลอดช่อง มาแจกขนม ของเด็กเล่น ส่วนมื้อเย็นเราอยู่ไม่ได้เพราะต้องกลับกรุงเทพแล้ว



บ้านมิตราทรกำลังกล่าวต้อนรับ

 
พวกเด็กร้องเพลงให้ฟัง ร้องสดไม่มีดนตรีประกอบแต่เพราะมาก โดยเฉพาะเพลง "ภูมิพลังแผ่นดิน"


พวกเราร้องเพลง "กำลังใจ" ให้เด็กฟัง ขนาดมีคาราโอเกะมายังแย่ จนน้องทหารที่ยืนด้านหลังต้องช่วยร้อง

 
เตรียมแจกขนม เสื้อผ้า ของเด็กเล่น





 

 

 
ระหว่างที่น้องทานลอดช่อง พวกเราก็เดินแจกขนม



ความสุขของผู้ให้


อาหารมื้อเย็นของน้อง


และแล้วก็ถึงเวลาจาก ท่านรองผู้การกิตติชัยได้มอบผลไม้ให้คณะลูกศิษย์ทุกคนๆละถุง



 

ขอขอบคุณท่านรองผู้การกิตติชัย ผู้กองตองและนายทหารทุกท่าน ที่ช่วยอำนวยความสะดวกทุกอย่าง รวมทั้งดูแลความปลอดภัยตลอดการเดินทาง