คำว่ามังกร เป็นคำแทนสำหรับกลุ่มคนที่เป็นหัวหน้า หรือบุคคลที่สำคัญที่สุดในแต่ละหน่วยงาน ของประเทศ ของจังหวัด ของหมู่บ้าน ของท้องถิ่น ของบริษัท ของครอบครัว บุคคลต่างๆ เหล่านี้ มีบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญในหน่วยงานของตน เปรียบเสมือนไม้ยืนต้นที่ต้องปักหลักอยู่ในดินที่อุดมสมบูรณ์ มีฐานที่มั่นคง มีที่กว้างๆ ไม่สะดุด ไม่โดนคุกคาม จนไม่อาจแต่กิ่งก้านสาขาออกไปได้ เพื่อเป็นที่พึ่ง ที่ยึด และที่อาศัยของเหล่านกกา ทั้งยังให้ความร่มเย็นแก่คนเดินทางอีกด้วย
คำว่ามังกรไม่เพียงแต่ใช้กับสิ่งมีชีวิต ยังใช้ได้กับสิ่งปลูกสร้าง อาคาร ที่ดิน ต้นไม้ ที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้นอีกด้วย
หากเราเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นบุคคลสำคัญ เป็นหลักใหญ่ที่สุด เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เราเป็นมังกรของบ้านหรือเปล่า คุณสุภาพบุรุษอยู่บ้าน ถูกโขกสับทุกวัน ห้องนอนใหญ่ ภรรยานอนบนเตียง คุณสามีนอนกับพื้น พอตกดึก ภรรยาอยากเข้าห้องน้ำ ลุกจากเตียงก็เหยียบคุณสามี เท่านี้คุณสามีอยู่ใต้ฝ่าเท้าของศรีภรรยาทุกวัน บนโต๊ะเครื่องแป้ง มีสรรพสิ่งของภรรยา ส่วนของสามีมีหวีอยู่หนึ่งอัน ตู้เสื้อผ้าห้าตู้ สี่ตู้ครึ่งมีแต่เสื้อผ้าของภรรยา ของสามีมีอยู่ครึ่งตู้ที่เหลือ
ในตู้เย็นมีเครื่องสำอางของภรรยา ครึ่งที่เหลือเป็นน้ำเกลือแร่และน้ำผลไม้ลดความอ้วนของภรรยา อีกส่วนที่เหลือเป็นไอศครีมของลูก
ห้องทำงาน มีเครื่องออกกำลังกายของภรรยา คอมพิวเตอร์ของลูก ส่วนของสามีมีแต่หนังสือพิมพ์กับเก้าอี้ตรงซอกนิดเดียว
คุณสามีนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานโดยภรรยาขับรถไปส่ง ตอนเย็นตัวใครตัวมัน กลับถึงบ้านเองเมื่อไหร่เมื่อนั้น กลับมา ภรรยาไม่มีเวลาทำกับข้าว มีสองอย่างให้เลือก ไปทานบ้านแม่สามีหรือกลับมาทานกันในครอบครัว แต่สามีกลับมาช้า เหลือก๋วยเตี๋ยวห่อเดียว ที่เหลือภรรยาและลูกสุดที่รักกินซะเรียบร้อย คนละสองสามห่อ ภรรยามีเครื่องออกกำลังกายกันอ้วนไว้แล้ว เพราะฉะนั้นทานเท่าไหร่ก็ได้ ส่วนคุณสามีอย่าทานมาก เปลือง ผู้ชายต้องหุ่นเพรียวถึงจะหล่อนะยะ
ยามพาลูกไปช้อปปิ้ง ลูกโตเร็ว อย่าซื้อมาก เอาพอปิดกาย เธอก็เป็นผู้ชาย แฟชั่นอะไรก็ไม่มีเห็นมี มีแต่เสื้อกับกางเกงและเข็มขัด ไม่ต้องซื้อมาก หนักสีดำเข้าไว้ ใส่ซ้ำได้ ส่วนศรีภรรยาจำเป็นต้องออกสังคมเพื่อส่งเสริมสามี เสื้อผ้า เพชรพลอย เครื่องสำอางเป็นของจำเป็น เป็นหน้าเป็นตาว่า ฉันมีสามีรวย รักษาหน้าให้เธอว่า ไม่ได้เอาฉันมาลำบาก รู้จักบุญคุณซะมั่งสิ ว่าเป็นภรรยาที่เสริมสามี ไปไหนก็เชิดหน้าชูตา ดูสิ เหนื่อยทุกวันนี้เพื่อครอบครัวแท้ๆ เธอไม่เห็นทำอะไร ดูเพื่อนๆ ของเธอซิ ไปถึงไหนแล้ว ทำไมไม่เอาอย่างเขาบ้าง
ศรีภรรยาได้มีโอกาสมาเรียนฮวงจุ้ยกับอาจารย์ แล้วเกิดความคิดอันประเสริฐ กลับไปเล่าให้สามีฟัง นี่เธอเป็นมังกรของบ้านนะ ดูสิอ่อนแอปวกเปียก อำนาจในตัวก็ไม่มี เหมือนที่อาจารย์ว่าเลย เพราะห้องนอนเราเป็นตำแหน่งล้มละลายของเธอ แต่เป็นตำแหน่งมังกรของฉัน สุดท้าย สามีสุดที่รักก็ไปนอนตำแหน่งมังกรของตัวเอง ซึ่งก็คือตำแหน่งห้องเก็บของหลังบ้าน แถมภรรยาทวงบุญคุณว่า ฉันเสียสละนะนี่ เลยต้องหาที่เก็บของใหม่
กว่าอาจารย์จะไปพบ มังกรของบ้านนี้ก็มีอาการหมดอะไรตายอยาก ผอมแห้ง มีอาการสะดุ้งหวาดผวา เหตุที่ได้ไปพบ เพราะภรรยาจะเปิดกิจการใหญ่ จะให้สามีลาออกจากงานมาดูแลรับผิดชอบ เพราะทำงานเป็นลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ ตำแหน่งก็ไม่ขึ้น ทุกครั้งที่มีการพิจารณา จะถูกตัดหน้าชิงตำแหน่งไปหมด
อาจารย์ได้จัดทำเลให้ใหม่ ให้สามีกลับขึ้นมานอนข้างบนห้องนอนใหญ่ แต่ให้เปลี่ยนสีห้องนอนให้เป็นสีของดวงดาวที่โดดเด่นของสามี และต้องไม่เป็นอันตรายต่อภรรยาด้วย จัดมุมมงคล มุมเทพรักษา ให้นั่งทำงาน พักผ่อน ส่วนตำแหน่งมังกรของสามีที่เป็นห้องเก็บของ เพียงแต่จัดให้สะอาด แต่ไปตั้งเตาไฟให้ปากเตาหันไปทางทิศมังกรของสามี พร้อมทั้งทวงตู้เสื้อผ้าเพิ่มให้สามีด้วย
อาจารย์ต้องการขยายอาณาเขตของสามี ให้เขามีความสุขกับมุมของเขา ใส่สีสันของดวงดาวที่ส่งเสริมความเจริญให้กับเขา เปรียบเสมือนขยายฐานต้นไม้ให้เติบโตเต็มที่ ด้วยการให้อยู่มุมของตนเอง เพื่อรับพลังที่แข็งที่สุดตามธาตุของเขา ใส่สีสันของดวงดาว คือการใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้เจริญเติบโต
หลังจากนั้น ก็ไปจัดทำเลที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับระบบขายตรงให้ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตัวบ้านนัก
ไม่นานก็ได้ข่าวว่า สามีไม่สามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างราบรื่น มีปัญหามากมาย คุมคนไม่อยู่ เงินทองรั่วไหล บริหารงานติดลบ อาจารย์ตรงไปดูที่ทำงานก่อน ทำเลก็สมบูรณ์เหมือนที่อาจารย์จัดเอาไว้ทุกประการ เจ้าตัวก็ยอมรับว่าอยู่ที่ทำงานสบายใจมาก ระหว่างที่พูดคุยกันไป ภรรยาก็สอดแทรกคำให้การเป็นระยะ เป็นทำนองติเตียนระบบการทำงานของสามีว่า ไม่ได้เรื่อง ไม่ดี ใจอ่อนเกินไป เดี๋ยวให้ลูกน้องยืมเงิน ฉันเลยต้องไปทวงคืนเอง ชอบเลี้ยงลูกน้อง ฉันต้องเดือดร้อนไปตามดึกๆ ดื่นๆ จะแต่งตั้งมอบอำนาจให้ใคร ฉันต้องไปถอดถอนทีหลัง ไม่เห็นได้เรื่องเลยซักคน
อาจารย์ถามว่า ทำเลที่บ้านทำแล้วหรือยัง เธอตอบว่า “ยังเลยค่ะ เพราะไม่มีเวลา”
มังกรของอาจารย์ ยังร่อนเร่มีชีวิตเหมือนเดิมทุกประการ
ประสบการณ์ตอนนี้ของอาจารย์ มีคำถามสำหรับผู้อ่านทุกท่านว่า
ธุรกิจนี้จะรุ่งเรืองหรือไม่ เพราะอะไร
ประสานบุคคลหรือเปล่า มังกรร่อนเร่ของเรา มีโอกาสผงาดฟ้าหรือไม่
และคำถามสุดท้าย ในชีวิตของคุณ เคยพบมังกรร่อนเร่ข้างๆ ตัวคุณบ้างหรือไม่
ท้ายสุด ถ้าคุณเป็นภรรยาของมังกรร่อนเร่เรื่องนี้ คุณจะทำอย่างไร
ขอให้มังกรร่อนเร่ทุกคน จงประสบแสงสว่างในชีวิตในที่สุดค่ะ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ยห้องนอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ยห้องนอน แสดงบทความทั้งหมด
บ้านสมองฝ่อ
กรณีศึกษาครั้งนี้ เป็นบ้านที่ตั้งอยู่สุดซอย
คนที่มีบ้านอยู่สุดซอยอย่าเพิ่งตกใจนะคะ
ต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่นจึงจะเป็นบ้านสมองฝ่อได้
ถนนที่ไปยังบ้านหลังนี้ ตัวถนนตีบ ลีบ เล็กลงไปเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดเหลือเพียงความกว้างที่รถผ่านไปได้เพียงคันเดียวเท่านั้น วันที่อาจารย์แอนเดินทางไปนั้น เราก็ได้สัมผัสความยากลำบากของการสัญจรในซอยนี้ด้วย เพราะมีรถสวนออกมาพอดี ทำให้คณะของเราต้องถอยออกมา ให้รถคันดังกล่าวผ่านไปก่อน เราถึงจะเข้าไปยังบ้านหลังนั้นได้ อาจารย์บอกว่า หากเปรียบถนนเป็นเส้นเลือด ก็เท่ากับว่า เส้นเลือดที่ส่งไปหล่อเลี้ยงบ้านหลังนี้นั้น ตีบตัน นั่นเอง
เมื่อไปถึงบ้าน ก็พบประตูรั้วสูง มีบ้านตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างขวางที่ปลูกไม้เลื้อย ต้นไทรมีรากห้อยระย้า ต้นไทรที่ถึงขนาดมีรากไทรห้อยระย้าแบบนี้ จัดว่า เป็นหยินอย่างที่สุดในทางฮวงจุ้ยนะคะ แถมเมื่องอกงามอยู่ในทิศใต้ ธาตุไฟที่ถือว่าเป็นหยางอีก ก็เท่ากับว่า บ้านหลังนี้หยินกำลังฆ่าหยาง
เจ้าของบ้านต่อเติมชั้นบน กั้นเป็นห้องนอนสำหรับตนและบุตรชาย จนทำให้เป็นทางเดินแคบๆ ระหว่างห้องเหมือนทางเดินในหอพัก อีกทั้งภายในห้อง มีการจัดแต่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เรียกว่า เมื่อเข้าบ้านมา ก็อยากจะขลุกอยู่ในห้องนั้น เมื่อต่างคนต่างอยู่ในห้องของตน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของคนในบ้านห่างเหิน ไม่ค่อยพูดกัน พูดแล้วไม่ฟังกัน
ในชั้นนี้ มีห้องสำคัญอยู่ห้องหนึ่ง เดิมเป็นห้องหนังสือ ทำการบ้านของลูกๆ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นทิศของสมอง ความจำ และเป็นตำแหน่งของพ่อ เมื่อต่อเติมห้องนอนใหม่จนสามารถทำทุกอย่างในห้องนอนของตนได้แล้ว ห้องทำงานนั้นก็ไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป กลับกลายเป็นห้องเก็บของแทน อีกทั้งเมื่อเปิดประตูก็จะพบว่า หลังห้องทำงานนี้ยังมีห้องกว้างอีก 1 ห้องที่กว้างขวาง เก็บข้าวของที่ไม่ใช้แล้วไว้ แถมมีห้องน้ำที่ร้างการใช้งานอีก 1 ห้อง นั่นเท่ากับว่า ตำแหน่งนี้เดิมเป็นห้องกว้างใหญ่ ก็กลับเป็น 2 ห้อง โดยใช้งานห้องทำงานที่เล็กกว่า เสมือนสมองที่เริ่มตีบหรือฝ่อลง ในตอนที่ลูกๆยังใช้งานอยู่ ก็ยังไม่เป็นไร แต่เมื่อร้าง กลายเป็นห้องเก็บของ พื้นที่ก็ค่อยตายไป เหมือนสมองที่ขาดการใช้งาน ย่อมลีบฝ่อลงเป็นลำดับ ส่งผลต่อความจำของคนภายในบ้าน ได้หน้าลืมหลัง มีอาการซึมเศร้า
เนื่องจากพื้นที่ที่ค่อยๆตายนี้ จัดว่าเป็นตำแหน่งหยางอย่างที่สุด เพราะตรงกับตำแหน่งพ่อ เมื่อหยางมีปัญหา ก็มีผลถึงอวัยวะที่จัดว่าเป็นหยางภายในร่างกายคนด้วยเช่นกัน นั่นคือ ขา ปวดแข้งขา หกล้มบ่อย
ห้องที่เปรียบกับสมองเมื่อรวมกับเส้นทางถนนที่ตีบเล็กลงมาเรื่อยๆ กับทางเดินแคบๆเชื่อมระหว่างห้อง ก็เสมือนเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงสมองได้ไม่ทั่วถึงนั่นเอง บ้านหลังนี้เลยกลายเป็นบ้านสมองฝ่อโดยสมบูรณ์
ทางแก้ก็เพียงแต่
- หากระจกนูนมาติดตรงหน้าประตูรั้ว ให้สะท้อนให้เห็นทั้งประตูบ้านและรถที่เข้าออก เท่านี้บ้านหลังนี้ก็ไม่ได้อยู่ในซอยตันในเชิงสัญลักษณ์แล้ว
- เอารากไทรย้อยที่คุกคามหยางออกไป รวมถึงความรกเรื้อของไม้เลื้อยที่จะส่งเสริมให้หยินแรงออกไปด้วย
- ใช้งานห้องที่อยู่ในตำแหน่งสมอง ให้เป็นห้องรวมกันของครอบครัว เพราะพื้นที่กว้างขวางพอที่จะทำเป็นห้องพักผ่อน ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง ทานข้าว
เมื่อห้องถูกปรับให้กว้าง ก็เสมือนปรับเคลียร์สมองให้โปร่ง โล่ง ทุกอย่างก็ไหลเวียนสะดวก ไม่ตีบตัน หรือ ฝ่อ ในทางสุขภาพก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ในทางจิตใจที่อึมครึม เศร้าซึม กดดัน ด้วยบรรยากาศก็จะค่อยๆ หายไป
การลงบทความวิชาฮวงจุ้ยขั้นพื้นฐานในบล็อกนี้ เพื่อการเผยแพร่วิชาเพียงอย่างเดียว ผู้ที่มีคำถาม สามารถขอ add เข้า"กลุ่ม ฮวงจุ้ย โหราศาสตร์..แนะแนว" เพื่อเข้าไปสอบถามจากอาจารย์แอน ได้โดยตรงครับ ..../ admi
https://www.facebook.com/groups/1640642156166986/
ถนนที่ไปยังบ้านหลังนี้ ตัวถนนตีบ ลีบ เล็กลงไปเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดเหลือเพียงความกว้างที่รถผ่านไปได้เพียงคันเดียวเท่านั้น วันที่อาจารย์แอนเดินทางไปนั้น เราก็ได้สัมผัสความยากลำบากของการสัญจรในซอยนี้ด้วย เพราะมีรถสวนออกมาพอดี ทำให้คณะของเราต้องถอยออกมา ให้รถคันดังกล่าวผ่านไปก่อน เราถึงจะเข้าไปยังบ้านหลังนั้นได้ อาจารย์บอกว่า หากเปรียบถนนเป็นเส้นเลือด ก็เท่ากับว่า เส้นเลือดที่ส่งไปหล่อเลี้ยงบ้านหลังนี้นั้น ตีบตัน นั่นเอง
เมื่อไปถึงบ้าน ก็พบประตูรั้วสูง มีบ้านตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างขวางที่ปลูกไม้เลื้อย ต้นไทรมีรากห้อยระย้า ต้นไทรที่ถึงขนาดมีรากไทรห้อยระย้าแบบนี้ จัดว่า เป็นหยินอย่างที่สุดในทางฮวงจุ้ยนะคะ แถมเมื่องอกงามอยู่ในทิศใต้ ธาตุไฟที่ถือว่าเป็นหยางอีก ก็เท่ากับว่า บ้านหลังนี้หยินกำลังฆ่าหยาง
เจ้าของบ้านต่อเติมชั้นบน กั้นเป็นห้องนอนสำหรับตนและบุตรชาย จนทำให้เป็นทางเดินแคบๆ ระหว่างห้องเหมือนทางเดินในหอพัก อีกทั้งภายในห้อง มีการจัดแต่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เรียกว่า เมื่อเข้าบ้านมา ก็อยากจะขลุกอยู่ในห้องนั้น เมื่อต่างคนต่างอยู่ในห้องของตน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของคนในบ้านห่างเหิน ไม่ค่อยพูดกัน พูดแล้วไม่ฟังกัน
ในชั้นนี้ มีห้องสำคัญอยู่ห้องหนึ่ง เดิมเป็นห้องหนังสือ ทำการบ้านของลูกๆ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นทิศของสมอง ความจำ และเป็นตำแหน่งของพ่อ เมื่อต่อเติมห้องนอนใหม่จนสามารถทำทุกอย่างในห้องนอนของตนได้แล้ว ห้องทำงานนั้นก็ไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป กลับกลายเป็นห้องเก็บของแทน อีกทั้งเมื่อเปิดประตูก็จะพบว่า หลังห้องทำงานนี้ยังมีห้องกว้างอีก 1 ห้องที่กว้างขวาง เก็บข้าวของที่ไม่ใช้แล้วไว้ แถมมีห้องน้ำที่ร้างการใช้งานอีก 1 ห้อง นั่นเท่ากับว่า ตำแหน่งนี้เดิมเป็นห้องกว้างใหญ่ ก็กลับเป็น 2 ห้อง โดยใช้งานห้องทำงานที่เล็กกว่า เสมือนสมองที่เริ่มตีบหรือฝ่อลง ในตอนที่ลูกๆยังใช้งานอยู่ ก็ยังไม่เป็นไร แต่เมื่อร้าง กลายเป็นห้องเก็บของ พื้นที่ก็ค่อยตายไป เหมือนสมองที่ขาดการใช้งาน ย่อมลีบฝ่อลงเป็นลำดับ ส่งผลต่อความจำของคนภายในบ้าน ได้หน้าลืมหลัง มีอาการซึมเศร้า
เนื่องจากพื้นที่ที่ค่อยๆตายนี้ จัดว่าเป็นตำแหน่งหยางอย่างที่สุด เพราะตรงกับตำแหน่งพ่อ เมื่อหยางมีปัญหา ก็มีผลถึงอวัยวะที่จัดว่าเป็นหยางภายในร่างกายคนด้วยเช่นกัน นั่นคือ ขา ปวดแข้งขา หกล้มบ่อย
ห้องที่เปรียบกับสมองเมื่อรวมกับเส้นทางถนนที่ตีบเล็กลงมาเรื่อยๆ กับทางเดินแคบๆเชื่อมระหว่างห้อง ก็เสมือนเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงสมองได้ไม่ทั่วถึงนั่นเอง บ้านหลังนี้เลยกลายเป็นบ้านสมองฝ่อโดยสมบูรณ์
ทางแก้ก็เพียงแต่
- หากระจกนูนมาติดตรงหน้าประตูรั้ว ให้สะท้อนให้เห็นทั้งประตูบ้านและรถที่เข้าออก เท่านี้บ้านหลังนี้ก็ไม่ได้อยู่ในซอยตันในเชิงสัญลักษณ์แล้ว
- เอารากไทรย้อยที่คุกคามหยางออกไป รวมถึงความรกเรื้อของไม้เลื้อยที่จะส่งเสริมให้หยินแรงออกไปด้วย
- ใช้งานห้องที่อยู่ในตำแหน่งสมอง ให้เป็นห้องรวมกันของครอบครัว เพราะพื้นที่กว้างขวางพอที่จะทำเป็นห้องพักผ่อน ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง ทานข้าว
เมื่อห้องถูกปรับให้กว้าง ก็เสมือนปรับเคลียร์สมองให้โปร่ง โล่ง ทุกอย่างก็ไหลเวียนสะดวก ไม่ตีบตัน หรือ ฝ่อ ในทางสุขภาพก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ในทางจิตใจที่อึมครึม เศร้าซึม กดดัน ด้วยบรรยากาศก็จะค่อยๆ หายไป
การลงบทความวิชาฮวงจุ้ยขั้นพื้นฐานในบล็อกนี้ เพื่อการเผยแพร่วิชาเพียงอย่างเดียว ผู้ที่มีคำถาม สามารถขอ add เข้า"กลุ่ม ฮวงจุ้ย โหราศาสตร์..แนะแนว" เพื่อเข้าไปสอบถามจากอาจารย์แอน ได้โดยตรงครับ ..../ admi
https://www.facebook.com/groups/1640642156166986/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

