แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ยธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ยธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด

สภาวะหยิน-หยาง




เมื่อพูดถึงสภาวะหยิน-หยาง ทุกคนจะรู้สึกคุ้นเคย เพราะเป็นบทเรียนขั้นปฐมของเรา ใครยังไม่รู้จักหยิน-หยาง เรียกได้ว่าเป็นนักดูฮวงจุ้ยของไม่แท้
 
หยิน-หยาง ที่เราจะพูดถึงคราวนี้ เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับชีวิตประจำวัน คือเป็นเรื่องของสามีภรรยา ซึ่งก็คือคู่หยิน-หยางที่เราเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม อาจารย์จึงจำต้องนำประสบการณ์ที่น่าสนใจมาเล่าให้สูงกันฟัง

เราต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า หยินคือ สภาวะนิ่ง สงบ และหยาง เป็นสภาวะที่เคลื่อนไหว และหมายถึง ความเจริญงอกงาม
โดยทั่วไปตามธรรมชาติ เขาถือว่า หยิน คือ ผู้หญิง และ หยาง คือ ผู้ชาย หยินกับหยาง จะต้องอยู่ร่วมกันในสภาวะที่สมดุลย์ตามธรรมชาติ

ความสมดุลย์ตามธรรมชาติ คือ หยินต้องด้อยกว่าหยาง เพราะหยางเปรียบเสมือนมังกร และหยินเปรียบเสมือนเสือ หรือจะเปรียบเทียบเป็นหงส์ก็ได้ แล้วแต่จะใช้ตำราไหน แต่รวมความแล้วความหมายเหมือนกัน คือ หยินต้องด้อยกว่าหยาง

สามีภรรยาคู่หนึ่ง ทำธุรกิจร่วมกันเป็นธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวอรี่ ทั้งสองช่วยกัน ชีวิตครอบครัวไม่มีปัญหา มีหลักฐานบ้านช่อง บุตรยังอยู่ในวัยเรียน ธุรกิจไม่มีปัญหา มีลูกค้ามากพอสมควร เพราะเป็นกิจการค้าที่ผู้ขายคือฝ่ายภรรยา มีอัธยาศัยดี จิตใจดี ใครก็อยากคุยด้วย สินค้าก็มีราคาที่ไม่เกินความจริง ราคายุติธรรม เป็นที่พอใจแก่ผู้ซื้อ

แล้วปัญหาอยู่ที่ไหนล่ะ

ทำเลที่บ้านนั้น อาจารย์มีโอกาสไปดูและจัดให้ตั้งแต่แรก

บ้านของสองสามีภรรยาอยู่ในหมู่บ้านที่มีชื่อคลาสสิคตามหลัง ซึ่งก็สอดคล้องกับอาชีพที่ทำ ตัวบ้านหลังอิงทิศใต้ หันหน้าไปทางทิศเหนือ ทางเข้าบ้านก็คดเคี้ยวไปมา ไปสุดทางที่หน้าบ้านพอดี อาจารย์จึงจัดให้มีต้นจันทร์กระจ่างฟ้าเลื้อยขึ้นลงอยู่ตรงรั้วดังภาพ

ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน, ฮวงจุ้ยบ้าน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ตกแต่งร้านค้า, อาจารย์แอน


 ฝ่ายสามีเกิดปี ๒๕๐๔ มีทิศตะวันออกเป็นทิศประจำตัว ดังนั้นทิศใต้จึงเป็นทิศมังกร
 
ส่วนภรรยาเกิดปี ๒๕๐๖ มีทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ประจำตัว

โดยปกติ ถ้าสามีภริยาทิศต่างกัน อาจารย์จะให้ใช้ทิศของสามีเป็นหลัก และบังเอิญบ้านหลังนี้ หลังอิงทิศใต้ หน้าหันทิศเหนือ จึงเป็นบ้านที่มีทิศทางตรงกับสามี

ดังนั้น อาจารย์จึงจัดให้ทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศมังกรของบ้าน และเป็นทิศประจำตัวของฝ่ายชายเด่น โดยการจัดวางตู้ปลา ดอกไม้ ตู้โชว์ รูปภาพ ฯลฯ  ให้สอดคล้องกับดวงชะตาของฝ่ายชาย
ด้านทิศเหนือตรงทางเข้า มีสวนดอกไม้พร้อมด้วยน้ำพุเล็กๆน่ารัก

ส่วนเตียงนอนให้ตั้งตำแหน่งของภรรยา คืด ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อันเป็นทิศเทพรักษา ผู้มีวาสนาเกื้อกูล จะได้เป็นที่รักของลูกค้า มีคนเกื้อกูลไปตลอด 

ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน

และตรงประตูหน้าบ้าน ให้ติดรูปปูไว้ตรงเสาประตูทั้งสองด้านเป็นจุดเด่น ทำให้บ้านหลังนี้เป็นราศีกรกฎ อันเป็นราศีที่ให้โชคให้ลาภของทั้งสองคน

ดูเผินๆ น่าจะดี และประสพความสำเร็จเหมือนที่ไปจัดให้คนอื่นๆ แต่การณ์กลับไม่เป็นอย่างนั้น หลังจากนั้นหนึ่งปี ได้พบปะพูดคุยกันเป็นประจำ ก็สรุปได้ว่า เขามีลูกค้ามากมาย แต่ก็วิ่งไม่ทันรายจ่ายอยู่นั่นเอง อย่างนี้แสดงว่า ลูกค้าก็ยังไม่มากมายพอ แต่โดยปกติก็พอจะอยู่ได้ในแต่ละเดือน ไม่เคยเสียเครดิต

จนกระทั่งวันหนึ่ง ฝ่ายภรรยาก็โทรมาขอคำปรึกษาอาจารย์ที่บ้าน อาจารย์รู้สึกวิตกกังวล จึงตอบไปว่า “อย่ามาเลย นั่งคุยกันไม่เห็นอะไร แนะนำไปก็ไม่ถูกทาง ขอไปดูที่บ้านดีกว่า ตายังดูในขณะที่หูฟังและได้สัมผัสบรรยากาศอีกด้วย” คงจะรู้สาเหตุได้ดีกว่ามานั่งคุยที่บ้านแล้วให้อาจารย์เดาลมๆแล้งๆ

เมื่อมาถึงบ้านที่สะอาดเอี่ยม ที่เจ้าตัวบอกว่า ได้ทำเหมือนกับลูกศิษย์อีกหลายๆ คนทำ คือทำความสะอาดบ้านกันทั้งคืน ดังนั้น หน้าตาจึงเหมือนคนอดนอนกันทุกคน มีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดเมื่อเข้ามาในตัวบ้าน

คือทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวบ้านเด่นมาก เนื่องจากฝ่ายภรรยาได้จัดห้องทำงานของตน นั่งหลังอิงตะวันตก  การจัดนั้นสวยงามและถูกทำเล ทั้งสวยงามหาที่ติไม่ได้ เนื่องจากเป็นลูกศิษย์มานานทั้งสองสามีภรรยา ความที่ทำเลนั้นสมบูรณ์อย่างยิ่ง จึงมีผลดึงให้สามีและลูก ต่างก็พากันมาใช้ห้องนี้ เจ้าตัวก็ตั้งโทรทัศน์เครื่องใหญ่ที่สุด กลายเป็นห้องที่มีกระแสดึงดูดมากที่สุด และมีการเคลื่อนไหวมากที่สุด และทิศนี้ก็เป็นทิศเทพรักษาของฝ่ายภรรยา ดังนั้นจึงไม่เคยขาดแคลนลูกค้า

แต่ตอนนี้ ร้านกลับต้องปิดเพราะสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว เพราะอะไรล่ะคะ

คงยังจำภาพได้ว่า บ้านหลังนี้หลังอิงทิศใต้ ดังนั้น ทิศที่กำลังโดดเด่นมีพลังสูงสุดในบ้านขณะนี้ คือทิศล้มละลายของบ้าน และยังเป็นทิศที่ฆ่ามังกรของสามีอีกด้วย ซ้ำร้าย เตียงนอนที่อาจารย์วางไว้ให้ ยังเป็นทิศตะวันตกเฉียงเหนืออีก 

ด้านทิศตะวันออกที่เคยจัดให้วางตู้ปลาไว้ ลดอำนาจลงทันที เพราะคนในบ้านทั้งหมดใช้เป็นตำแหน่งรอง

อย่างนี้ คือความหมายของ หยินฆ่าหยาง อย่างชัดเจน ถามว่าภรรยามีเจตนาอย่างนี้หรือ ขอยืนยันว่าเปล่าเลย แต่เป็นการวางทิศของตนเองหรือใช้ทิศของตนเองขาดความพอเหมาะ ทำให้สภาวะของหยินหยางไม่สมดุลย์กัน 

เพราะโดยธรรมชาติ หยินจะใหญ่กว่าหยางไม่ได้ ต้องเหลื่อมต่ำกว่ากันนิดเดียวก็ยังดี เพราะหยินคือความสงบ เมื่อไหร่ หยินมีอำนาจมากกว่าหยาง ความเคลื่อนไหว ความเจริญ ก็ไม่เกิด สภาวะต่างๆ จะดันตัวให้สงบนิ่งทันที

บางครอบครัวไม่เข้าใจการจัดบ้าน แม้จะเรียนมาก็ตาม ต้องวางสภาวะที่กลมกลืนกับธรรมชาติให้ดี ความสมดุลย์ไม่ได้หมายถึงความเท่าเทียมกัน แต่หมายถึงความเหมาะสม พอตาและพอดี และต้องไม่ขัดต่อหลักของธรรมชาติด้วย

หลายครอบครัวลืมหลักความจริงข้อนี้ จัดบ้านแล้วลืมตาชั่งแห่งธรรมชาติ มักเกิดปัญหาในครอบครัว คนโบราณจึงสั่งสอนกันมา “ไม่ให้ข่มสามี จะไม่เจริญ” ก็มาจากกฎเกณฑ์ธรรมชาตินี้เอง

ภรรยาบางคนใหญ่ในที่ทำงาน ก็ลืมไป มาใหญ่ที่บ้านด้วย จะเอาอะไรก็เอาให้ได้ดังใจ สามีเลยต้องไปหาที่เป็นใหญ่นอกบ้าน ตามธรรมชาติของหยาง ที่เมื่อถูกกดมากๆ ก็จะลอยตัวหายไปหนีหายไป

ภรรยาบางคนมาเรียนกับอาจารย์ แล้วก็จะทำเลให้ตัวเองเต็มบ้านไปหมด ลืมนึกถึงสามี ปัญหาก็เลยเกิด

อ่านประสบการณ์ตอนนี้แล้ว ลองไปชั่งน้ำหนักของความเป็น หยิน-หยาง ดูนะคะ

มังกรร่อนเร่

คำว่ามังกร เป็นคำแทนสำหรับกลุ่มคนที่เป็นหัวหน้า หรือบุคคลที่สำคัญที่สุดในแต่ละหน่วยงาน ของประเทศ ของจังหวัด ของหมู่บ้าน ของท้องถิ่น ของบริษัท ของครอบครัว บุคคลต่างๆ เหล่านี้ มีบทบาทและหน้าที่ที่สำคัญในหน่วยงานของตน เปรียบเสมือนไม้ยืนต้นที่ต้องปักหลักอยู่ในดินที่อุดมสมบูรณ์ มีฐานที่มั่นคง มีที่กว้างๆ ไม่สะดุด ไม่โดนคุกคาม จนไม่อาจแต่กิ่งก้านสาขาออกไปได้ เพื่อเป็นที่พึ่ง ที่ยึด และที่อาศัยของเหล่านกกา ทั้งยังให้ความร่มเย็นแก่คนเดินทางอีกด้วย

คำว่ามังกรไม่เพียงแต่ใช้กับสิ่งมีชีวิต ยังใช้ได้กับสิ่งปลูกสร้าง อาคาร ที่ดิน ต้นไม้ ที่มีลักษณะดังกล่าวข้างต้นอีกด้วย

หากเราเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นบุคคลสำคัญ เป็นหลักใหญ่ที่สุด เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เราเป็นมังกรของบ้านหรือเปล่า คุณสุภาพบุรุษอยู่บ้าน ถูกโขกสับทุกวัน ห้องนอนใหญ่ ภรรยานอนบนเตียง คุณสามีนอนกับพื้น พอตกดึก ภรรยาอยากเข้าห้องน้ำ ลุกจากเตียงก็เหยียบคุณสามี เท่านี้คุณสามีอยู่ใต้ฝ่าเท้าของศรีภรรยาทุกวัน บนโต๊ะเครื่องแป้ง มีสรรพสิ่งของภรรยา ส่วนของสามีมีหวีอยู่หนึ่งอัน ตู้เสื้อผ้าห้าตู้ สี่ตู้ครึ่งมีแต่เสื้อผ้าของภรรยา ของสามีมีอยู่ครึ่งตู้ที่เหลือ

ในตู้เย็นมีเครื่องสำอางของภรรยา ครึ่งที่เหลือเป็นน้ำเกลือแร่และน้ำผลไม้ลดความอ้วนของภรรยา อีกส่วนที่เหลือเป็นไอศครีมของลูก

ห้องทำงาน มีเครื่องออกกำลังกายของภรรยา คอมพิวเตอร์ของลูก ส่วนของสามีมีแต่หนังสือพิมพ์กับเก้าอี้ตรงซอกนิดเดียว

คุณสามีนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานโดยภรรยาขับรถไปส่ง ตอนเย็นตัวใครตัวมัน กลับถึงบ้านเองเมื่อไหร่เมื่อนั้น กลับมา ภรรยาไม่มีเวลาทำกับข้าว มีสองอย่างให้เลือก ไปทานบ้านแม่สามีหรือกลับมาทานกันในครอบครัว แต่สามีกลับมาช้า เหลือก๋วยเตี๋ยวห่อเดียว ที่เหลือภรรยาและลูกสุดที่รักกินซะเรียบร้อย คนละสองสามห่อ ภรรยามีเครื่องออกกำลังกายกันอ้วนไว้แล้ว เพราะฉะนั้นทานเท่าไหร่ก็ได้ ส่วนคุณสามีอย่าทานมาก เปลือง ผู้ชายต้องหุ่นเพรียวถึงจะหล่อนะยะ

ยามพาลูกไปช้อปปิ้ง ลูกโตเร็ว อย่าซื้อมาก เอาพอปิดกาย เธอก็เป็นผู้ชาย แฟชั่นอะไรก็ไม่มีเห็นมี มีแต่เสื้อกับกางเกงและเข็มขัด ไม่ต้องซื้อมาก หนักสีดำเข้าไว้ ใส่ซ้ำได้ ส่วนศรีภรรยาจำเป็นต้องออกสังคมเพื่อส่งเสริมสามี เสื้อผ้า เพชรพลอย เครื่องสำอางเป็นของจำเป็น เป็นหน้าเป็นตาว่า ฉันมีสามีรวย รักษาหน้าให้เธอว่า ไม่ได้เอาฉันมาลำบาก รู้จักบุญคุณซะมั่งสิ ว่าเป็นภรรยาที่เสริมสามี ไปไหนก็เชิดหน้าชูตา ดูสิ เหนื่อยทุกวันนี้เพื่อครอบครัวแท้ๆ เธอไม่เห็นทำอะไร ดูเพื่อนๆ ของเธอซิ ไปถึงไหนแล้ว ทำไมไม่เอาอย่างเขาบ้าง

ศรีภรรยาได้มีโอกาสมาเรียนฮวงจุ้ยกับอาจารย์ แล้วเกิดความคิดอันประเสริฐ กลับไปเล่าให้สามีฟัง นี่เธอเป็นมังกรของบ้านนะ ดูสิอ่อนแอปวกเปียก อำนาจในตัวก็ไม่มี เหมือนที่อาจารย์ว่าเลย เพราะห้องนอนเราเป็นตำแหน่งล้มละลายของเธอ แต่เป็นตำแหน่งมังกรของฉัน สุดท้าย สามีสุดที่รักก็ไปนอนตำแหน่งมังกรของตัวเอง ซึ่งก็คือตำแหน่งห้องเก็บของหลังบ้าน แถมภรรยาทวงบุญคุณว่า ฉันเสียสละนะนี่ เลยต้องหาที่เก็บของใหม่

กว่าอาจารย์จะไปพบ มังกรของบ้านนี้ก็มีอาการหมดอะไรตายอยาก ผอมแห้ง มีอาการสะดุ้งหวาดผวา เหตุที่ได้ไปพบ เพราะภรรยาจะเปิดกิจการใหญ่ จะให้สามีลาออกจากงานมาดูแลรับผิดชอบ เพราะทำงานเป็นลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ ตำแหน่งก็ไม่ขึ้น ทุกครั้งที่มีการพิจารณา จะถูกตัดหน้าชิงตำแหน่งไปหมด
อาจารย์ได้จัดทำเลให้ใหม่ ให้สามีกลับขึ้นมานอนข้างบนห้องนอนใหญ่ แต่ให้เปลี่ยนสีห้องนอนให้เป็นสีของดวงดาวที่โดดเด่นของสามี และต้องไม่เป็นอันตรายต่อภรรยาด้วย จัดมุมมงคล มุมเทพรักษา ให้นั่งทำงาน พักผ่อน ส่วนตำแหน่งมังกรของสามีที่เป็นห้องเก็บของ เพียงแต่จัดให้สะอาด แต่ไปตั้งเตาไฟให้ปากเตาหันไปทางทิศมังกรของสามี พร้อมทั้งทวงตู้เสื้อผ้าเพิ่มให้สามีด้วย

อาจารย์ต้องการขยายอาณาเขตของสามี ให้เขามีความสุขกับมุมของเขา ใส่สีสันของดวงดาวที่ส่งเสริมความเจริญให้กับเขา เปรียบเสมือนขยายฐานต้นไม้ให้เติบโตเต็มที่ ด้วยการให้อยู่มุมของตนเอง เพื่อรับพลังที่แข็งที่สุดตามธาตุของเขา ใส่สีสันของดวงดาว คือการใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้เจริญเติบโต
หลังจากนั้น ก็ไปจัดทำเลที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับระบบขายตรงให้ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตัวบ้านนัก

ไม่นานก็ได้ข่าวว่า สามีไม่สามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างราบรื่น มีปัญหามากมาย คุมคนไม่อยู่ เงินทองรั่วไหล บริหารงานติดลบ อาจารย์ตรงไปดูที่ทำงานก่อน ทำเลก็สมบูรณ์เหมือนที่อาจารย์จัดเอาไว้ทุกประการ เจ้าตัวก็ยอมรับว่าอยู่ที่ทำงานสบายใจมาก ระหว่างที่พูดคุยกันไป ภรรยาก็สอดแทรกคำให้การเป็นระยะ เป็นทำนองติเตียนระบบการทำงานของสามีว่า ไม่ได้เรื่อง ไม่ดี ใจอ่อนเกินไป เดี๋ยวให้ลูกน้องยืมเงิน ฉันเลยต้องไปทวงคืนเอง ชอบเลี้ยงลูกน้อง ฉันต้องเดือดร้อนไปตามดึกๆ ดื่นๆ จะแต่งตั้งมอบอำนาจให้ใคร ฉันต้องไปถอดถอนทีหลัง ไม่เห็นได้เรื่องเลยซักคน

อาจารย์ถามว่า ทำเลที่บ้านทำแล้วหรือยัง เธอตอบว่า “ยังเลยค่ะ เพราะไม่มีเวลา”

มังกรของอาจารย์ ยังร่อนเร่มีชีวิตเหมือนเดิมทุกประการ

ประสบการณ์ตอนนี้ของอาจารย์ มีคำถามสำหรับผู้อ่านทุกท่านว่า 

ธุรกิจนี้จะรุ่งเรืองหรือไม่ เพราะอะไร

ประสานบุคคลหรือเปล่า มังกรร่อนเร่ของเรา มีโอกาสผงาดฟ้าหรือไม่

และคำถามสุดท้าย ในชีวิตของคุณ เคยพบมังกรร่อนเร่ข้างๆ ตัวคุณบ้างหรือไม่

ท้ายสุด ถ้าคุณเป็นภรรยาของมังกรร่อนเร่เรื่องนี้ คุณจะทำอย่างไร

ขอให้มังกรร่อนเร่ทุกคน จงประสบแสงสว่างในชีวิตในที่สุดค่ะ

กรณีศึกษา : มังกร ๕ เล็บ



บ้านของคุณประเสริฐเป็นคฤหาสน์ใหญ่โต ความที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จึงจัดบ้านสไตล์ออกจีน นับตั้งแต่รถเข้าอาณาเขตรั้ว ก็เห็นรูปสลักมังกรไม้ตัวใหญ่แยกเขี้ยวอยู่หน้าบ้าน 

ทางขึ้นบันไดเหมือนท้องพระโรง โอ่โถง เป็นบันไดหินอ่อน ซ้ายขวาเป็นอ่างบัวขนาดมหึมา เมื่อขึ้นบันไดที่มีอยู่ห้าขั้น ก็เป็นเสาสองต้นใหญ่ตระหง่านเหมือนผู้พิทักษ์ทั้งสองข้าง ถัดไปเป็นผนังบ้านที่เป็นกระจกสีลายมังกร เมื่อผ่านประตูบ้านเข้าไป ภายในแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านซ้ายเป็นโต๊ะยักษ์ลายมุก ขนาบด้วยแจกันกังไสขนาดมหึมา ส่วนด้านขวาเป็นชุดรับแขกลายมุกสลับมังกร นั่งลงไปแล้วเกิดความรู้สึกกลัวมังกรกัด คุณประเสริฐ ลูกชาย และภรรยาที่มีโหวงเฮ้งเป็นมังกรชัดๆ รอต้อนรับอาจารย์อยู่

สังเกตเพียงเท่านี้ แทบจะบอกได้ว่าคุณประเสริฐกำลังประสบสภาวะที่เรียกว่า “เกินกำลัง” เพราะลักษณะบ้าน “เกินตัว”  แถมคนในบ้านหงุดหงิดเข้าใส่กัน ไม่อยากพูดคุยกัน เพราะอิทธิพลความยิ่งใหญ่ของสถานที่ที่ข่มคนในบ้าน ซึ่งโดยปรกติ สัญชาติญาณของบุคคลนั้น  ไม่ชอบการถูกข่ม โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถด้วยแล้ว จะเกิดความรู้สึกหงุดหงิดฮึดฮัดทันที และนี่ก็คือ อาการของคนที่ถูกเฟอร์นิเจอร์ในบ้านของตนเองข่ม แถมบุคลิกของตนเองจะถูกตัดทอนให้คลายความหนักแน่นลง และขาดความเชื่อมั่นในตัวเองในที่สุด

เมื่ออาจารย์สอบถาม ทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น จนถึงเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนามากที่สุด คือรายจ่ายมากกว่ารายรับ เพราะลักษณะบ้านที่เกินกำลัง หมายถึง การทำอะไรเกินตัว ทำให้สภาวะเงินในบ้านมีแต่ไหลออก และกินไปถึงสภาพกิจการของตนเองด้วย เรียกได้ว่าอยู่ในสภาวะที่กำลังจะไปไม่รอด

คุณประเสริฐได้พาอาจารย์ไปดูห้องทำงานส่วนตัว ด้านหลังของโต๊ะทำงานที่ดูอลังการนั้น เป็นกระจกสีแกะลวดลายมังกรผงาดอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งคุณประเสริฐเล่าว่าเป็นมังกรห้าเล็บ และมีคนทักว่าเกินตัวเกินวาสนา ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆดังที่กล่าวมาแล้วหรือไม่

อาจารย์ตอบคุณประเสริฐไปว่า ถ้าหากว่าบ้านทั้งหลังของคุณประเสริฐมีมังกรห้าเล็บนี้อยู่เพียงตัวเดียวก็ไม่มีผลอะไร เพราะปัจจุบัน เราอยู่ในประเทศไทย ภาพประดับอันงดงามที่แสดงถึงพลังอำนาจของตัวบุคคล ก่อให้เกิดพลังฮึกเหิมในการทำงานเพียงอย่างเดียว มังกร หมายถึงอำนาจวาสนา หากว่าคุณประเสริฐไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ นั่นคือเกินตัว แต่นี่เป็นเจ้าของกิจการ เป็นใหญ่ที่สุด คือเป็นมังกรได้ เราก็เอาไว้ได้ แต่ว่าความจริงที่ปรากฏ มันไม่ใช่อย่างนั้น ตั้งแต่หน้าบ้านมาตลอดทางที่เข้ามา มีมังกรโดยตลอด เรียกได้ว่าเป็นดงมังกร ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ให้คุณประเสริฐลองนึกภาพที่ว่า คุณประเสริฐกำลังนั่งในดงงูจงอาง แถมเอางูจงอางยักษ์มาแยกเขี้ยวอยู่ข้างหลัง ความรู้สึกของคุณประเสริฐจะเป็นอย่างไร คุณประเสริฐก็เข้าใจได้ทันที

สิ่งที่อาจารย์แนะนำคุณประเสริฐต่อไปก็คือ จัดบ้านได้อ่อนโยนลง เมื่อเข้าบ้านมา ต้องรู้สึกว่าตัวคุณประเสริฐเป็นมังกร สำคัญที่สุด และเด่นที่สุด เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเดิม 

ความยากของคุณประเสริฐอยู่ที่จะทิ้งมังกรตัวไหน เพราะมันเต็มบ้านเต็มหมด แม้กระทั่งกระจกหน้าต่าง และจะเอาไปไว้ที่ไหน อาจารย์จึงแนะนำว่าให้บริจาคเข้าศาลเจ้าที่กำลังสร้าง บริจาคเป็นประตูหน้าต่างไปเลย นอกจากเอามังกรไปไว้ที่ดี เป็นการสร้างฐาน และคติที่ว่า เอามังกรสัตว์เทพนิยายที่เป็นของสูงไปไว้ในที่ดี ตัวเราก็จะได้ดี ทั้งเป็นการสร้างวิหารทาน เพราะคติของมหายานหรือเถรวาทก็เป็นคติเดียวกัน คือวิหารทานเป็นบุญอันสูงสุด และแนะว่าให้เหลือมังกรห้าเล็บไว้ตัวเดียวในห้องทำงาน กับภรรยาที่มีโหงวเฮ้งเป็นลักษณะมังกร

หลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมา คุณประเสริฐโทรมารายงานว่า หลังจากที่ตัดสินใจได้เด็ดขาดจัดบ้านตามแนวที่อาจารย์สอน เขาก็เห็นผลทันที มีออร์เดอร์เข้า ทำให้รายรับมากขึ้น สถานการณ์ที่เขาคิดว่าควบคุมไม่ได้ก็จัดการได้เรียบร้อย

หมายเหตุ เดิมในประเทศจีน จะถือว่า มังกร ๕ เล็บ สำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น  เชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ใช้มังกร ๔ เล็บ รองลงมาหรือเศรษฐี ใช้มังกร ๓ เล็บ

กรณีศึกษาฮวงจุ้ย : ป้ายบริษัท


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน


       มีโอกาสติดตามอาจารย์แอนไปปรับทำเล ณ บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ซึ่งค่อนข้างรกร้าง  อาจารย์ให้ข้อคิดว่า วิธีการปรับแต่งทำเลที่ตั้งอยู่ในสถานที่รกร้าง ที่เปรียบได้ว่าเป็นพื้นที่หยินทางฮวงจุ้ยนั้น ต้องปรับทำเลภายในของบริษัทนั้นให้เข้มแข็งด้วยตนเอง ไม่อาศัยทำเลภายนอก


ฮวงจุ้ย, ดูฮวงจุ้ยบ้าน, รับดูฮวงจุ้ย, แก้ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยธุรกิจ, อาจารย์แอน
 

          อาจารย์ให้เริ่มปรับตั้งแต่ด้านหน้าของบริษัทเลยทีเดียว โดยเริ่มที่ป้ายชื่อบริษัทปกติแล้ว ป้ายชื่อบริษัทจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับห้างร้านบริษัท เพราะเปรียบเสมือนหน้าตาของเรา  ยิ่งสถานประกอบการนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางสถานที่เงียบ รกร้าง ป้ายชื่อบริษัทจะยิ่งทวีความสำคัญยิ่งขึ้น หากมีขนาดและตำแหน่งที่ติดตั้งไม่ชัดเจน ไม่โดดเด่น ไม่สะดุดตาเพียงพอ ทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมามองไม่เห็น ก็เสมือนบริษัทนั้นถูกมองข้าม คนไม่รู้จัก เวลาใครมาติดต่อหายาก หาแทบไม่เจอ เหล่านี้ล้วนมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ที่หมายถึงทางเข้าของเงินและลาภผลไม่ชัดเจนไปด้วย 


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน


       นอกจากป้ายชื่อบริษัทที่ติดอยู่ด้านหน้าจะมีความสำคัญแล้ว ป้ายชื่อแผนกที่ติดอยู่หน้าแผนกก็เช่นกัน ส่วนใหญ่มักจะติดไว้ตรงประตูทางเข้าแผนก เพราะคิดว่าจะเห็นชัดที่สุด แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป ดังเช่น แผนกหนึ่งของบริษัทแห่งนี้ แม้จะติดไว้ตรงบานประตู แต่กลับมีป้ายคำว่า ทางตัน อยู่ใกล้ๆ ทำให้สายตาของคนไปสนใจตรงป้ายนั้นแทน เท่ากับว่าป้ายทางตันมาดึงสายตาคนไป ให้ความหมายว่า แผนกนี้ไม่มีอำนาจ ไม่อยู่ในความสนใจของคน อีกทั้งหน้าแผนกมีคำว่าทางตัน ดูจะให้ความรู้สึกว่า แผนกนี้ไม่รุ่งเรือง อยู่หน้าแผนกใดก็ตีบตันในเรื่องนั้น เช่น อยู่หน้าแผนกการเงิน ก็ให้ความรู้สึกว่า น่าจะติดขัดการเงิน หรือติดหน้าแผนกขาย ก็คงจะหาลูกค้าได้ยาก อย่างนี้เป็นต้น


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน
 
        ทางแก้ง่ายๆก็คือ ย้ายป้ายทางตันออกไปให้อยู่ในตำแหน่งอื่นที่ไม่เด่น แล้วติดป้ายชื่อแผนกตรงตำแหน่งด้านข้างที่เดิมติดป้ายทางตันเอาไว้ โดยให้ทั้งขนาดและสีสันที่ดึงดูดสายตาผู้คน

        จะเห็นได้ว่า ในการปรับทำเลของอาจารย์แอนนั้น ไม่ได้ละเลย แม้กระทั่งสภาพแวดล้อมภายนอก ที่จะส่งผลกระทบมายังพื้นที่นั้น ๆ หรือสภาพแวดล้อมภายในของสถานประกอบการ แม้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อย แต่อาจมีความหมายถึงการที่ทำให้การดำเนินกิจการของสถานที่นั้นติดขัดได้  การปรับแต่งทำเลของอาจารย์ฯจะประสานกันทั้งภายนอกและภายในเพื่อให้เกิดความสมดุลเกิดขึ้น ณ สถานที่นั้นเสมอ  

        กรณีศึกษาครั้งนี้แค่เป็น 1 ในหลายๆ จุดที่อาจารย์ปรับพื้นที่นี้ คราวหน้าผู้เขียนจะมาเล่าต่อถึงการปรับภายในห้องทำงาน