แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ยบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ยบ้าน แสดงบทความทั้งหมด

เคล็ดการจัดบ้าน

ในการตรวจดูทำเลของอาจารย์ ไม่ได้เน้นความสำคัญไปที่สิ่งคุกคามภายนอกเท่าไหร่ แต่จะไปเน้นสิ่งสำคัญที่โดดเด่นที่เราสามารถมองเห็นได้ทันที หรือที่เรียกว่า “สายตาปะทะสิ่งใดก่อน สิ่งนั้นย่อมมีอิทธิพลต่อผู้อาศัย”

เช่นโดยทั่วไป ศาสตร์ว่าด้วยทำเล จะถือสาเรื่องสิ่งแหลมคมที่อยู่ตรงข้ามบ้านของเรา แต่ถ้าสิ่งที่แหลมคมนั้น อันกะจิดริด เล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับตัวบ้านของเราที่มีอาณาบริเวณ ที่เรียกได้ว่า ข่มทำเลตรงข้ามไปหมดเรียบร้อยแล้ว มองดูแล้ว คล้ายเด็กรังแกผู้ใหญ่ คือมันไม่มีผลอะไรนั่นเอง

แต่ถ้าหากสิ่งอันไม่พึงประสงค์ ดูแล้วน่าเกลียด เช่น กองขยะมหึมาที่อยู่หน้าบ้าน แถมส่งกลิ่นเหม็น จะดูอย่างไร สายตาและความรู้สึกมันเข้าไปผูกพันวนเวียนอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านั้นย่อมมีผลกับตัวเราอย่างแน่นอน

อุปมาเหมือนเราจะรักชอบใคร เราก็ผูกพันวนเวียนกับคนนั้น ทุกข์สุขของเขาก็มีผลกับจิตใจเรา เขารักเขาชัง หรือมีความรู้สึกอย่างไรกับเรา ต่างก็มีผลกับชีวิตของเราทั้งสิ้น ตรงกันข้าม ถ้าคนไหนเราไม่รัก ไม่ชอบ ไม่สนใจซะอย่าง ทำอะไรก็ไม่มีผลกับเรา นี่เป็นเรื่องของจิตใจ ศาสตร์ว่าด้วยทำเล จะเกี่ยวพันกับเรื่องจิตใจด้วย

อีกประเภทหนึ่ง เป็นเรื่องของสายตาที่มองดูสิ่งรอบๆ ตัว อันนี้จะเข้าลักษณะสิ่งแวดล้อมทางวัตถุ เช่น เมื่อเราเข้าบ้านของเราเอง บ้านรกมาก ไม่เป็นระเบียบ ไม่สวยงาม ไม่ต้องตาต้องใจ ไม่ตรงกับรสนิยมของเรา เราก็จะรู้สึกหงุดหงิด

เคล็ดของฮวงจุ้ยในตอนนี้ จึงอยากจะเน้นความสำคัญของสิ่งแรกที่สายตาปะทะ ให้อ่านทำเลและตีความจากสิ่งแรกที่เราเห็นเสียก่อน

มีบ้านอยู่หลังหนึ่ง เป็นบ้านเดียวสองชั้นราคาไม่แพง บ้านหลังนี้กว้างขวางพอสมควร มีห้องใช้สอยครบถ้วน เช่น ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องนอน ห้องทำงาน คือที่อธิบายมายืดยาวนี้ เพราะต้องการจะบอกให้ทราบว่า ห้องใช้สอยมีพอที่จะไม่ต้องไปอยู่เป็นกระจุกที่เดียว

บ้านหลังนี้เป็นของคุณจุฑา ลูกศิษย์ ที่ไปเยี่ยมมาแล้ว มีลักษณะอย่างนี้ไม่ต่ำกว่า ๑๐ หลัง เมื่อเข้าบ้านของคุณจุฑา อาจารย์จะถามก่อนว่า ห้องนี้ใช้ทำอะไร แล้วอาจารย์ก็จะเดินทั่วบ้านแบบเดียวกับเจ้าหนี้ที่มองอย่างละเอียด สำรวจตรวจตราว่าจะเอาอะไรไปได้บ้าง

แล้วอาจารย์ก็ถามคุณจุฑาว่า รับแขกตรงไหน พักผ่อนตรงไหน ทานข้าวตรงไหน ซอกแซกกับชีวิตเขาไปหมด คุณจุฑาก็จะตอบว่า ตรงนี้ค่ะ ตรงนี้ค่ะ ตรงนี้ที่ว่านี้ คือที่เดียวกันหมด เป็นกระจุกเดียว เวลานอน ก็เฮโลกันไปนอนที่เดียวกันอีก ลูกมีการบ้าน ก็ทำในห้องนอน คุณพ่อจะดูทีวี ก็ดูในห้องนอน คุณแม่จะออกกำลังกาย ก็เหมือนยกฟิตเนตมาไว้ในห้องนอน

สมาชิกครอบครัวทั้งหมดต่างนอนดึก ตื่นสาย สุขภาพไม่แข็งแรง ลูกเรียนไม่เก่ง คุณพ่อหงุดหงิด การงานตกหมด คุณแม่เสียงดัง ขี้บ่น เคยมีเพื่อนมาทักว่าโดนเจ้าที่เล่นงาน ให้ตั้งศาลใหม่ คุณจุฑาก็เชื่อฟังเป็นอันดี ตั้งศาลใหม่ก็แล้ว มีคนมาทักอีกว่า ทางรถเข้าบ้านเทเกินไป คุณจุฑาก็ถมใหม่ เท่านี้ยังไม่พอ ยังมีคนมาทักอีกว่า หน้าต่างห้องนอนของเจ้าของบ้านไปตรงกับจั่วตรงข้ามบ้าน ครั้งนี้จะไปตัดจั่วของเขาออกคงไม่ได้ เรื่องจึงมาถึงอาจารย์

อาจารย์ไม่ได้ดูที่จั่ว แต่แนะนำให้จัดบ้านใหม่ทันที ถ้าหากบอกว่าห้องนี้เป็นห้องรับแขก เมื่อเข้ามาต้องจัดห้องให้รู้ได้ทันทีเมื่อแขกเข้ามา เขาจะต้องนั่งตรงนี้ ห้องนั้นจะต้องมีลักษณะโดดเด่น ที่ดูรู้ทันทีว่าเป็นห้องรับแขก

ตรงนั้นเรียกว่าห้องนั่งเล่น พักผ่อน ดูทีวี ก็ต้องจัดห้องตามความหมายนั้น คือพักผ่อนและดูทีวี คอมพิวเตอร์ที่ใช้เล่นเกมส์ก็ต้องอยู่ห้องนี้

ห้องรับประทานอาหาร โต๊ะอาหารก็ต้องเด่นที่สุด จัดห้องให้น่านั่งรับประทานอาหาร มีทั้งรูปภาพประกอบที่ไม่ดูหนักเกินไป

ห้องนอนก็ต้องมีเตียงนอนที่โดดเด่น ดูน่านอนหลับปุ๋ยทันทีที่เห็นเตียง

พอเข้าใจเคล็ดหรือหลักเกณฑ์นี้นะคะ

ถ้าหากว่าเรามีบ้านขนาดเล็ก เราก็ต้องแยกแยะให้ดีว่า ในบ้านเล็กกระทัดรัดของเรานี้ เรามีกิจกรรมอะไรที่โดดเด่นที่สุด เช่น มีแขกทุกวัน มากันได้ทุกวี่ทุกวัน เราก็ต้องจัดห้องรับแขกให้สามารถรับแขกได้ตลอดเวลา แต่ก็จัดให้สบายพอที่จะเป็นห้องนั่งเล่น พักผ่อนไปในตัว

โต๊ะรับประทานอาหาร สามารถจัดเป็นที่ทำการบ้านของเด็กๆ ได้ โดยจัดให้เป็นระเบียบ ไม่รก แต่รอบๆ โต๊ะอาหาร มีชั้นหนังสือวางอยู่ด้วย มีโต๊ะคอมอยู่ใกล้ๆ เป็นต้น

สรุปก็คือ ต้องกำหนดให้ได้ก่อนว่า ห้องไหนใช้สอยสำหรับอะไร เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ ต้องให้ความหมายตรงกับการใช้สอย ห้องนอน เตียงต้องเด่น ห้องทำงาน โต๊ะทำงานก็ต้องเด่น และต้องใช้สอยทุกพื้นที่ด้วยนะคะ อย่าลืม

ถ้าทำได้อย่างนี้ เรียกได้ว่า มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะนอกจากจะถูกต้องตามทำเลแล้ว ยังทำให้มีสภาพแวดล้อมทางวัตถุที่ดี เพราะเป็นการเพาะนิสัยของเด็กให้รู้จักการทำอะไรก่อนหลัง พูดง่ายๆ คือรู้จักจัดลำดับก่อนหลังในการจัดการเรื่องราวต่างๆในชีวิตของตนเองให้ดี

ลองจัดบ้านตามเคล็ดนี้นะคะ

สภาวะหยิน-หยาง




เมื่อพูดถึงสภาวะหยิน-หยาง ทุกคนจะรู้สึกคุ้นเคย เพราะเป็นบทเรียนขั้นปฐมของเรา ใครยังไม่รู้จักหยิน-หยาง เรียกได้ว่าเป็นนักดูฮวงจุ้ยของไม่แท้
 
หยิน-หยาง ที่เราจะพูดถึงคราวนี้ เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับชีวิตประจำวัน คือเป็นเรื่องของสามีภรรยา ซึ่งก็คือคู่หยิน-หยางที่เราเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม อาจารย์จึงจำต้องนำประสบการณ์ที่น่าสนใจมาเล่าให้สูงกันฟัง

เราต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า หยินคือ สภาวะนิ่ง สงบ และหยาง เป็นสภาวะที่เคลื่อนไหว และหมายถึง ความเจริญงอกงาม
โดยทั่วไปตามธรรมชาติ เขาถือว่า หยิน คือ ผู้หญิง และ หยาง คือ ผู้ชาย หยินกับหยาง จะต้องอยู่ร่วมกันในสภาวะที่สมดุลย์ตามธรรมชาติ

ความสมดุลย์ตามธรรมชาติ คือ หยินต้องด้อยกว่าหยาง เพราะหยางเปรียบเสมือนมังกร และหยินเปรียบเสมือนเสือ หรือจะเปรียบเทียบเป็นหงส์ก็ได้ แล้วแต่จะใช้ตำราไหน แต่รวมความแล้วความหมายเหมือนกัน คือ หยินต้องด้อยกว่าหยาง

สามีภรรยาคู่หนึ่ง ทำธุรกิจร่วมกันเป็นธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวอรี่ ทั้งสองช่วยกัน ชีวิตครอบครัวไม่มีปัญหา มีหลักฐานบ้านช่อง บุตรยังอยู่ในวัยเรียน ธุรกิจไม่มีปัญหา มีลูกค้ามากพอสมควร เพราะเป็นกิจการค้าที่ผู้ขายคือฝ่ายภรรยา มีอัธยาศัยดี จิตใจดี ใครก็อยากคุยด้วย สินค้าก็มีราคาที่ไม่เกินความจริง ราคายุติธรรม เป็นที่พอใจแก่ผู้ซื้อ

แล้วปัญหาอยู่ที่ไหนล่ะ

ทำเลที่บ้านนั้น อาจารย์มีโอกาสไปดูและจัดให้ตั้งแต่แรก

บ้านของสองสามีภรรยาอยู่ในหมู่บ้านที่มีชื่อคลาสสิคตามหลัง ซึ่งก็สอดคล้องกับอาชีพที่ทำ ตัวบ้านหลังอิงทิศใต้ หันหน้าไปทางทิศเหนือ ทางเข้าบ้านก็คดเคี้ยวไปมา ไปสุดทางที่หน้าบ้านพอดี อาจารย์จึงจัดให้มีต้นจันทร์กระจ่างฟ้าเลื้อยขึ้นลงอยู่ตรงรั้วดังภาพ

ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน, ฮวงจุ้ยบ้าน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ตกแต่งร้านค้า, อาจารย์แอน


 ฝ่ายสามีเกิดปี ๒๕๐๔ มีทิศตะวันออกเป็นทิศประจำตัว ดังนั้นทิศใต้จึงเป็นทิศมังกร
 
ส่วนภรรยาเกิดปี ๒๕๐๖ มีทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ประจำตัว

โดยปกติ ถ้าสามีภริยาทิศต่างกัน อาจารย์จะให้ใช้ทิศของสามีเป็นหลัก และบังเอิญบ้านหลังนี้ หลังอิงทิศใต้ หน้าหันทิศเหนือ จึงเป็นบ้านที่มีทิศทางตรงกับสามี

ดังนั้น อาจารย์จึงจัดให้ทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศมังกรของบ้าน และเป็นทิศประจำตัวของฝ่ายชายเด่น โดยการจัดวางตู้ปลา ดอกไม้ ตู้โชว์ รูปภาพ ฯลฯ  ให้สอดคล้องกับดวงชะตาของฝ่ายชาย
ด้านทิศเหนือตรงทางเข้า มีสวนดอกไม้พร้อมด้วยน้ำพุเล็กๆน่ารัก

ส่วนเตียงนอนให้ตั้งตำแหน่งของภรรยา คืด ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อันเป็นทิศเทพรักษา ผู้มีวาสนาเกื้อกูล จะได้เป็นที่รักของลูกค้า มีคนเกื้อกูลไปตลอด 

ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน

และตรงประตูหน้าบ้าน ให้ติดรูปปูไว้ตรงเสาประตูทั้งสองด้านเป็นจุดเด่น ทำให้บ้านหลังนี้เป็นราศีกรกฎ อันเป็นราศีที่ให้โชคให้ลาภของทั้งสองคน

ดูเผินๆ น่าจะดี และประสพความสำเร็จเหมือนที่ไปจัดให้คนอื่นๆ แต่การณ์กลับไม่เป็นอย่างนั้น หลังจากนั้นหนึ่งปี ได้พบปะพูดคุยกันเป็นประจำ ก็สรุปได้ว่า เขามีลูกค้ามากมาย แต่ก็วิ่งไม่ทันรายจ่ายอยู่นั่นเอง อย่างนี้แสดงว่า ลูกค้าก็ยังไม่มากมายพอ แต่โดยปกติก็พอจะอยู่ได้ในแต่ละเดือน ไม่เคยเสียเครดิต

จนกระทั่งวันหนึ่ง ฝ่ายภรรยาก็โทรมาขอคำปรึกษาอาจารย์ที่บ้าน อาจารย์รู้สึกวิตกกังวล จึงตอบไปว่า “อย่ามาเลย นั่งคุยกันไม่เห็นอะไร แนะนำไปก็ไม่ถูกทาง ขอไปดูที่บ้านดีกว่า ตายังดูในขณะที่หูฟังและได้สัมผัสบรรยากาศอีกด้วย” คงจะรู้สาเหตุได้ดีกว่ามานั่งคุยที่บ้านแล้วให้อาจารย์เดาลมๆแล้งๆ

เมื่อมาถึงบ้านที่สะอาดเอี่ยม ที่เจ้าตัวบอกว่า ได้ทำเหมือนกับลูกศิษย์อีกหลายๆ คนทำ คือทำความสะอาดบ้านกันทั้งคืน ดังนั้น หน้าตาจึงเหมือนคนอดนอนกันทุกคน มีความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดเมื่อเข้ามาในตัวบ้าน

คือทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวบ้านเด่นมาก เนื่องจากฝ่ายภรรยาได้จัดห้องทำงานของตน นั่งหลังอิงตะวันตก  การจัดนั้นสวยงามและถูกทำเล ทั้งสวยงามหาที่ติไม่ได้ เนื่องจากเป็นลูกศิษย์มานานทั้งสองสามีภรรยา ความที่ทำเลนั้นสมบูรณ์อย่างยิ่ง จึงมีผลดึงให้สามีและลูก ต่างก็พากันมาใช้ห้องนี้ เจ้าตัวก็ตั้งโทรทัศน์เครื่องใหญ่ที่สุด กลายเป็นห้องที่มีกระแสดึงดูดมากที่สุด และมีการเคลื่อนไหวมากที่สุด และทิศนี้ก็เป็นทิศเทพรักษาของฝ่ายภรรยา ดังนั้นจึงไม่เคยขาดแคลนลูกค้า

แต่ตอนนี้ ร้านกลับต้องปิดเพราะสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว เพราะอะไรล่ะคะ

คงยังจำภาพได้ว่า บ้านหลังนี้หลังอิงทิศใต้ ดังนั้น ทิศที่กำลังโดดเด่นมีพลังสูงสุดในบ้านขณะนี้ คือทิศล้มละลายของบ้าน และยังเป็นทิศที่ฆ่ามังกรของสามีอีกด้วย ซ้ำร้าย เตียงนอนที่อาจารย์วางไว้ให้ ยังเป็นทิศตะวันตกเฉียงเหนืออีก 

ด้านทิศตะวันออกที่เคยจัดให้วางตู้ปลาไว้ ลดอำนาจลงทันที เพราะคนในบ้านทั้งหมดใช้เป็นตำแหน่งรอง

อย่างนี้ คือความหมายของ หยินฆ่าหยาง อย่างชัดเจน ถามว่าภรรยามีเจตนาอย่างนี้หรือ ขอยืนยันว่าเปล่าเลย แต่เป็นการวางทิศของตนเองหรือใช้ทิศของตนเองขาดความพอเหมาะ ทำให้สภาวะของหยินหยางไม่สมดุลย์กัน 

เพราะโดยธรรมชาติ หยินจะใหญ่กว่าหยางไม่ได้ ต้องเหลื่อมต่ำกว่ากันนิดเดียวก็ยังดี เพราะหยินคือความสงบ เมื่อไหร่ หยินมีอำนาจมากกว่าหยาง ความเคลื่อนไหว ความเจริญ ก็ไม่เกิด สภาวะต่างๆ จะดันตัวให้สงบนิ่งทันที

บางครอบครัวไม่เข้าใจการจัดบ้าน แม้จะเรียนมาก็ตาม ต้องวางสภาวะที่กลมกลืนกับธรรมชาติให้ดี ความสมดุลย์ไม่ได้หมายถึงความเท่าเทียมกัน แต่หมายถึงความเหมาะสม พอตาและพอดี และต้องไม่ขัดต่อหลักของธรรมชาติด้วย

หลายครอบครัวลืมหลักความจริงข้อนี้ จัดบ้านแล้วลืมตาชั่งแห่งธรรมชาติ มักเกิดปัญหาในครอบครัว คนโบราณจึงสั่งสอนกันมา “ไม่ให้ข่มสามี จะไม่เจริญ” ก็มาจากกฎเกณฑ์ธรรมชาตินี้เอง

ภรรยาบางคนใหญ่ในที่ทำงาน ก็ลืมไป มาใหญ่ที่บ้านด้วย จะเอาอะไรก็เอาให้ได้ดังใจ สามีเลยต้องไปหาที่เป็นใหญ่นอกบ้าน ตามธรรมชาติของหยาง ที่เมื่อถูกกดมากๆ ก็จะลอยตัวหายไปหนีหายไป

ภรรยาบางคนมาเรียนกับอาจารย์ แล้วก็จะทำเลให้ตัวเองเต็มบ้านไปหมด ลืมนึกถึงสามี ปัญหาก็เลยเกิด

อ่านประสบการณ์ตอนนี้แล้ว ลองไปชั่งน้ำหนักของความเป็น หยิน-หยาง ดูนะคะ

กรณีศึกษา : มังกร ๕ เล็บ



บ้านของคุณประเสริฐเป็นคฤหาสน์ใหญ่โต ความที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จึงจัดบ้านสไตล์ออกจีน นับตั้งแต่รถเข้าอาณาเขตรั้ว ก็เห็นรูปสลักมังกรไม้ตัวใหญ่แยกเขี้ยวอยู่หน้าบ้าน 

ทางขึ้นบันไดเหมือนท้องพระโรง โอ่โถง เป็นบันไดหินอ่อน ซ้ายขวาเป็นอ่างบัวขนาดมหึมา เมื่อขึ้นบันไดที่มีอยู่ห้าขั้น ก็เป็นเสาสองต้นใหญ่ตระหง่านเหมือนผู้พิทักษ์ทั้งสองข้าง ถัดไปเป็นผนังบ้านที่เป็นกระจกสีลายมังกร เมื่อผ่านประตูบ้านเข้าไป ภายในแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านซ้ายเป็นโต๊ะยักษ์ลายมุก ขนาบด้วยแจกันกังไสขนาดมหึมา ส่วนด้านขวาเป็นชุดรับแขกลายมุกสลับมังกร นั่งลงไปแล้วเกิดความรู้สึกกลัวมังกรกัด คุณประเสริฐ ลูกชาย และภรรยาที่มีโหวงเฮ้งเป็นมังกรชัดๆ รอต้อนรับอาจารย์อยู่

สังเกตเพียงเท่านี้ แทบจะบอกได้ว่าคุณประเสริฐกำลังประสบสภาวะที่เรียกว่า “เกินกำลัง” เพราะลักษณะบ้าน “เกินตัว”  แถมคนในบ้านหงุดหงิดเข้าใส่กัน ไม่อยากพูดคุยกัน เพราะอิทธิพลความยิ่งใหญ่ของสถานที่ที่ข่มคนในบ้าน ซึ่งโดยปรกติ สัญชาติญาณของบุคคลนั้น  ไม่ชอบการถูกข่ม โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถด้วยแล้ว จะเกิดความรู้สึกหงุดหงิดฮึดฮัดทันที และนี่ก็คือ อาการของคนที่ถูกเฟอร์นิเจอร์ในบ้านของตนเองข่ม แถมบุคลิกของตนเองจะถูกตัดทอนให้คลายความหนักแน่นลง และขาดความเชื่อมั่นในตัวเองในที่สุด

เมื่ออาจารย์สอบถาม ทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น จนถึงเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนามากที่สุด คือรายจ่ายมากกว่ารายรับ เพราะลักษณะบ้านที่เกินกำลัง หมายถึง การทำอะไรเกินตัว ทำให้สภาวะเงินในบ้านมีแต่ไหลออก และกินไปถึงสภาพกิจการของตนเองด้วย เรียกได้ว่าอยู่ในสภาวะที่กำลังจะไปไม่รอด

คุณประเสริฐได้พาอาจารย์ไปดูห้องทำงานส่วนตัว ด้านหลังของโต๊ะทำงานที่ดูอลังการนั้น เป็นกระจกสีแกะลวดลายมังกรผงาดอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งคุณประเสริฐเล่าว่าเป็นมังกรห้าเล็บ และมีคนทักว่าเกินตัวเกินวาสนา ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆดังที่กล่าวมาแล้วหรือไม่

อาจารย์ตอบคุณประเสริฐไปว่า ถ้าหากว่าบ้านทั้งหลังของคุณประเสริฐมีมังกรห้าเล็บนี้อยู่เพียงตัวเดียวก็ไม่มีผลอะไร เพราะปัจจุบัน เราอยู่ในประเทศไทย ภาพประดับอันงดงามที่แสดงถึงพลังอำนาจของตัวบุคคล ก่อให้เกิดพลังฮึกเหิมในการทำงานเพียงอย่างเดียว มังกร หมายถึงอำนาจวาสนา หากว่าคุณประเสริฐไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ นั่นคือเกินตัว แต่นี่เป็นเจ้าของกิจการ เป็นใหญ่ที่สุด คือเป็นมังกรได้ เราก็เอาไว้ได้ แต่ว่าความจริงที่ปรากฏ มันไม่ใช่อย่างนั้น ตั้งแต่หน้าบ้านมาตลอดทางที่เข้ามา มีมังกรโดยตลอด เรียกได้ว่าเป็นดงมังกร ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ให้คุณประเสริฐลองนึกภาพที่ว่า คุณประเสริฐกำลังนั่งในดงงูจงอาง แถมเอางูจงอางยักษ์มาแยกเขี้ยวอยู่ข้างหลัง ความรู้สึกของคุณประเสริฐจะเป็นอย่างไร คุณประเสริฐก็เข้าใจได้ทันที

สิ่งที่อาจารย์แนะนำคุณประเสริฐต่อไปก็คือ จัดบ้านได้อ่อนโยนลง เมื่อเข้าบ้านมา ต้องรู้สึกว่าตัวคุณประเสริฐเป็นมังกร สำคัญที่สุด และเด่นที่สุด เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเดิม 

ความยากของคุณประเสริฐอยู่ที่จะทิ้งมังกรตัวไหน เพราะมันเต็มบ้านเต็มหมด แม้กระทั่งกระจกหน้าต่าง และจะเอาไปไว้ที่ไหน อาจารย์จึงแนะนำว่าให้บริจาคเข้าศาลเจ้าที่กำลังสร้าง บริจาคเป็นประตูหน้าต่างไปเลย นอกจากเอามังกรไปไว้ที่ดี เป็นการสร้างฐาน และคติที่ว่า เอามังกรสัตว์เทพนิยายที่เป็นของสูงไปไว้ในที่ดี ตัวเราก็จะได้ดี ทั้งเป็นการสร้างวิหารทาน เพราะคติของมหายานหรือเถรวาทก็เป็นคติเดียวกัน คือวิหารทานเป็นบุญอันสูงสุด และแนะว่าให้เหลือมังกรห้าเล็บไว้ตัวเดียวในห้องทำงาน กับภรรยาที่มีโหงวเฮ้งเป็นลักษณะมังกร

หลังจากนั้นอีกหลายเดือนต่อมา คุณประเสริฐโทรมารายงานว่า หลังจากที่ตัดสินใจได้เด็ดขาดจัดบ้านตามแนวที่อาจารย์สอน เขาก็เห็นผลทันที มีออร์เดอร์เข้า ทำให้รายรับมากขึ้น สถานการณ์ที่เขาคิดว่าควบคุมไม่ได้ก็จัดการได้เรียบร้อย

หมายเหตุ เดิมในประเทศจีน จะถือว่า มังกร ๕ เล็บ สำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น  เชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ใช้มังกร ๔ เล็บ รองลงมาหรือเศรษฐี ใช้มังกร ๓ เล็บ

กรณีศึกษา : การต่อเติมบ้าน

ครอบครัวของอาจารย์สุภา เป็นครอบครัวที่ข้าพเจ้ารู้จักมานาน ลูกหลานเรียนเก่ง ตัวอาจารย์สุภาและอาจารย์จีระสามี ก็เจริญในตำแหน่งหน้าที่การงาน ต่อมาไม่นาน มีเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ดีเริ่มเกิดขึ้น

เริ่มด้วยลูกสาวคนโตมีอาการปวดหัวเป็นประจำ สายตาเริ่มสั้น ดูเผินๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดา ต่อมาลูกสาวคนเล็กเริ่มปวดหัวข้างเดียว อาจารย์สุภาหกล้มขาแพลง อาจารย์จีระถูกย้าย คุณพ่ออาจารย์จีระเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ธุรกิจเล็กๆของอาจารย์สุภาที่ให้คนดูแลถูกโกง พนักงานการเงินยักยอกเงินหนีไป

อาจารย์สุภาติดต่อข้าพเจ้าให้เช็คดวงชะตา ข้าพเจ้าตรวจดูแล้วเห็นว่ามีเคราะห์แน่นอน จึงไปตรวจเช็คทำเลที่บ้าน

ความที่อาจารย์สุภาอยากเปลี่ยนแปลงบ้านใหม่ให้สวยงาม เลยไปหาเฟื่องฟ้ามาปลูกตรงรอบๆห้องนอน ต่อเติมโรงรถออกไปเป็นห้องรับแขกเพื่อให้บ้านกว้างขึ้น ตัดต้นไม้ใหญ่ 2 ต้นหน้าบ้าน แล้วทำเป็นที่นั่งเล่น คือตัดต้นไม้ใหญ่ให้เหลือตอ

ความเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างนี้ ถ้าเรามองดูอย่างผิวเผิน เหมือนว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่มีอะไรแปลก แต่มันเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใหม่ ความเคยชินในความดำรงอยู่ของสภาพแวดล้อมแบบเดิมๆ เปลี่ยนไป ความสมดุลกลมกลืนจากของเดิมที่ปรับเข้าหากันเรียบร้อยแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลง บรรยากาศเปลี่ยนไป

โรงรถที่ต่อเติมทำให้ห้องเดิมที่แสนอบอุ่นดูมืด ไม่ค่อยมีใครอยากมานั่งเท่าไหร่ ห้องรับแขกที่ต่อเติมใหม่ดูแข็งๆ เพราะไม่กลมกลืนกับตัวบ้าน

เฟื่องฟ้าเป็นไม้มีหนามและเป็นไม้พิษด้วย ทำให้เด็กๆ ปวดศีรษะ นานไปเป็นไมเกรน ปวดศีรษะข้างเดียว ควรเอาออก แล้วใช้ต้นคุณนายตื่นสายแทน เด็กๆ จะได้รู้สึกผ่อนคลาย เมื่อเห็นคุณนายตื่นสายอยู่ข้างๆ เป็นสัญลักษณ์ว่า ฉันไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียนทุกวัน

วิธีแก้ด้านอื่นๆ ต้องพยายามปรับทุกอย่างให้มีสภาพเทียมของเดิม คือห้องที่มืดก็เจาะหน้าต่างเพิ่ม ให้แสงเข้าเหมือนเดิม  ห้องรับแขกที่ต่อเติมใหม่ ให้มีทีวี เครื่องเสียง เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นโซฟาที่นุ่มนวล เพราะเราไม่ได้รับแขกตลอด ส่วนใหญ่ก็คนในบ้านไปนั่ง ก็ต้องจัดอย่างที่คนในบ้านชอบ

ให้ทำสวนหย่อมเล็กๆ และน้ำพุตรงต้นไม้ที่ตัดเหลือแต่ตอ แล้วไปทำที่นั่งรอบๆ  ถ้าไปทำสวนหย่อม ความเด่นของตอไม้นั้นจะลดน้อยลง ไม่คาตาคาใจ  ของสิ่งใดที่เตะตาหรือเด่นมาก มีผลต่อจิตใจคนเสมอ ทั้งของสวยงามและไม่สวยงาม  เพราะฉะนั้น ทุกมุมในบ้านควรดูสบายตาสบายใจ

หลังจากปรับความสมดุลภายในบ้านเล็กๆ น้อยๆ ไม่นานนัก ครอบครัวนี้ก็กลับมาสงบเหมือนเดิม น่าประหลาดว่าอาจารย์จีระย้ายกลับมาอยู่ที่เดิมในปีต่อมา


บ้านสมองฝ่อ

        กรณีศึกษาครั้งนี้ เป็นบ้านที่ตั้งอยู่สุดซอย คนที่มีบ้านอยู่สุดซอยอย่าเพิ่งตกใจนะคะ ต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่นจึงจะเป็นบ้านสมองฝ่อได้


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน

          ถนนที่ไปยังบ้านหลังนี้ ตัวถนนตีบ ลีบ เล็กลงไปเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดเหลือเพียงความกว้างที่รถผ่านไปได้เพียงคันเดียวเท่านั้น วันที่อาจารย์แอนเดินทางไปนั้น เราก็ได้สัมผัสความยากลำบากของการสัญจรในซอยนี้ด้วย เพราะมีรถสวนออกมาพอดี ทำให้คณะของเราต้องถอยออกมา ให้รถคันดังกล่าวผ่านไปก่อน เราถึงจะเข้าไปยังบ้านหลังนั้นได้ อาจารย์บอกว่า หากเปรียบถนนเป็นเส้นเลือด ก็เท่ากับว่า เส้นเลือดที่ส่งไปหล่อเลี้ยงบ้านหลังนี้นั้น ตีบตัน นั่นเอง


ฮวงจุ้ยโชคลาภ, บ้านกับฮวงจุ้ย, จัดบ้านเสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยเตียงนอน


ฮวงจุ้ยบ้าน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ฮวงจุ้ยร้านค้า, ฮวงจุ้ยห้องนอน ,อาจารย์แอน


        เมื่อไปถึงบ้าน ก็พบประตูรั้วสูง มีบ้านตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างขวางที่ปลูกไม้เลื้อย ต้นไทรมีรากห้อยระย้า ต้นไทรที่ถึงขนาดมีรากไทรห้อยระย้าแบบนี้ จัดว่า เป็นหยินอย่างที่สุดในทางฮวงจุ้ยนะคะ แถมเมื่องอกงามอยู่ในทิศใต้ ธาตุไฟที่ถือว่าเป็นหยางอีก ก็เท่ากับว่า บ้านหลังนี้หยินกำลังฆ่าหยาง


ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน, ฮวงจุ้ยบ้าน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ตกแต่งร้านค้า, อาจารย์แอน


         เจ้าของบ้านต่อเติมชั้นบน กั้นเป็นห้องนอนสำหรับตนและบุตรชาย จนทำให้เป็นทางเดินแคบๆ ระหว่างห้องเหมือนทางเดินในหอพัก อีกทั้งภายในห้อง มีการจัดแต่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เรียกว่า เมื่อเข้าบ้านมา ก็อยากจะขลุกอยู่ในห้องนั้น เมื่อต่างคนต่างอยู่ในห้องของตน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของคนในบ้านห่างเหิน ไม่ค่อยพูดกัน พูดแล้วไม่ฟังกัน

        ในชั้นนี้ มีห้องสำคัญอยู่ห้องหนึ่ง เดิมเป็นห้องหนังสือ ทำการบ้านของลูกๆ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งถือว่าเป็นทิศของสมอง ความจำ และเป็นตำแหน่งของพ่อ เมื่อต่อเติมห้องนอนใหม่จนสามารถทำทุกอย่างในห้องนอนของตนได้แล้ว ห้องทำงานนั้นก็ไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป กลับกลายเป็นห้องเก็บของแทน อีกทั้งเมื่อเปิดประตูก็จะพบว่า หลังห้องทำงานนี้ยังมีห้องกว้างอีก 1 ห้องที่กว้างขวาง เก็บข้าวของที่ไม่ใช้แล้วไว้ แถมมีห้องน้ำที่ร้างการใช้งานอีก 1 ห้อง นั่นเท่ากับว่า ตำแหน่งนี้เดิมเป็นห้องกว้างใหญ่ ก็กลับเป็น 2 ห้อง โดยใช้งานห้องทำงานที่เล็กกว่า เสมือนสมองที่เริ่มตีบหรือฝ่อลง ในตอนที่ลูกๆยังใช้งานอยู่ ก็ยังไม่เป็นไร แต่เมื่อร้าง กลายเป็นห้องเก็บของ พื้นที่ก็ค่อยตายไป เหมือนสมองที่ขาดการใช้งาน ย่อมลีบฝ่อลงเป็นลำดับ ส่งผลต่อความจำของคนภายในบ้าน ได้หน้าลืมหลัง มีอาการซึมเศร้า

        เนื่องจากพื้นที่ที่ค่อยๆตายนี้ จัดว่าเป็นตำแหน่งหยางอย่างที่สุด เพราะตรงกับตำแหน่งพ่อ เมื่อหยางมีปัญหา ก็มีผลถึงอวัยวะที่จัดว่าเป็นหยางภายในร่างกายคนด้วยเช่นกัน นั่นคือ ขา ปวดแข้งขา หกล้มบ่อย

        ห้องที่เปรียบกับสมองเมื่อรวมกับเส้นทางถนนที่ตีบเล็กลงมาเรื่อยๆ กับทางเดินแคบๆเชื่อมระหว่างห้อง ก็เสมือนเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงสมองได้ไม่ทั่วถึงนั่นเอง บ้านหลังนี้เลยกลายเป็นบ้านสมองฝ่อโดยสมบูรณ์


ตกแต่งบ้าน, ตกแต่งคอนโด, จัดสวน, ฮวงจุ้ยคอนโด, ฮวงจุ้ยครัว, อาจารย์แอน


ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยบ้าน, รับดูฮวงจุ้ย, แก้ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยธุรกิจ, อาจารย์แอน


        ทางแก้ก็เพียงแต่
        - หากระจกนูนมาติดตรงหน้าประตูรั้ว ให้สะท้อนให้เห็นทั้งประตูบ้านและรถที่เข้าออก เท่านี้บ้านหลังนี้ก็ไม่ได้อยู่ในซอยตันในเชิงสัญลักษณ์แล้ว
        - เอารากไทรย้อยที่คุกคามหยางออกไป รวมถึงความรกเรื้อของไม้เลื้อยที่จะส่งเสริมให้หยินแรงออกไปด้วย
        - ใช้งานห้องที่อยู่ในตำแหน่งสมอง ให้เป็นห้องรวมกันของครอบครัว เพราะพื้นที่กว้างขวางพอที่จะทำเป็นห้องพักผ่อน ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง ทานข้าว

        เมื่อห้องถูกปรับให้กว้าง ก็เสมือนปรับเคลียร์สมองให้โปร่ง โล่ง ทุกอย่างก็ไหลเวียนสะดวก ไม่ตีบตัน หรือ ฝ่อ  ในทางสุขภาพก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ในทางจิตใจที่อึมครึม เศร้าซึม กดดัน ด้วยบรรยากาศก็จะค่อยๆ หายไป


การลงบทความวิชาฮวงจุ้ยขั้นพื้นฐานในบล็อกนี้ เพื่อการเผยแพร่วิชาเพียงอย่างเดียว ผู้ที่มีคำถาม สามารถขอ add เข้า"กลุ่ม ฮวงจุ้ย โหราศาสตร์..แนะแนว" เพื่อเข้าไปสอบถามจากอาจารย์แอน ได้โดยตรงครับ ..../ admi
https://www.facebook.com/groups/1640642156166986/

กรณีศึกษาฮวงจุ้ย : ป้ายบริษัท


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน


       มีโอกาสติดตามอาจารย์แอนไปปรับทำเล ณ บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ซึ่งค่อนข้างรกร้าง  อาจารย์ให้ข้อคิดว่า วิธีการปรับแต่งทำเลที่ตั้งอยู่ในสถานที่รกร้าง ที่เปรียบได้ว่าเป็นพื้นที่หยินทางฮวงจุ้ยนั้น ต้องปรับทำเลภายในของบริษัทนั้นให้เข้มแข็งด้วยตนเอง ไม่อาศัยทำเลภายนอก


ฮวงจุ้ย, ดูฮวงจุ้ยบ้าน, รับดูฮวงจุ้ย, แก้ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยธุรกิจ, อาจารย์แอน
 

          อาจารย์ให้เริ่มปรับตั้งแต่ด้านหน้าของบริษัทเลยทีเดียว โดยเริ่มที่ป้ายชื่อบริษัทปกติแล้ว ป้ายชื่อบริษัทจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับห้างร้านบริษัท เพราะเปรียบเสมือนหน้าตาของเรา  ยิ่งสถานประกอบการนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางสถานที่เงียบ รกร้าง ป้ายชื่อบริษัทจะยิ่งทวีความสำคัญยิ่งขึ้น หากมีขนาดและตำแหน่งที่ติดตั้งไม่ชัดเจน ไม่โดดเด่น ไม่สะดุดตาเพียงพอ ทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมามองไม่เห็น ก็เสมือนบริษัทนั้นถูกมองข้าม คนไม่รู้จัก เวลาใครมาติดต่อหายาก หาแทบไม่เจอ เหล่านี้ล้วนมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ที่หมายถึงทางเข้าของเงินและลาภผลไม่ชัดเจนไปด้วย 


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน


       นอกจากป้ายชื่อบริษัทที่ติดอยู่ด้านหน้าจะมีความสำคัญแล้ว ป้ายชื่อแผนกที่ติดอยู่หน้าแผนกก็เช่นกัน ส่วนใหญ่มักจะติดไว้ตรงประตูทางเข้าแผนก เพราะคิดว่าจะเห็นชัดที่สุด แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป ดังเช่น แผนกหนึ่งของบริษัทแห่งนี้ แม้จะติดไว้ตรงบานประตู แต่กลับมีป้ายคำว่า ทางตัน อยู่ใกล้ๆ ทำให้สายตาของคนไปสนใจตรงป้ายนั้นแทน เท่ากับว่าป้ายทางตันมาดึงสายตาคนไป ให้ความหมายว่า แผนกนี้ไม่มีอำนาจ ไม่อยู่ในความสนใจของคน อีกทั้งหน้าแผนกมีคำว่าทางตัน ดูจะให้ความรู้สึกว่า แผนกนี้ไม่รุ่งเรือง อยู่หน้าแผนกใดก็ตีบตันในเรื่องนั้น เช่น อยู่หน้าแผนกการเงิน ก็ให้ความรู้สึกว่า น่าจะติดขัดการเงิน หรือติดหน้าแผนกขาย ก็คงจะหาลูกค้าได้ยาก อย่างนี้เป็นต้น


ดูฮวงจุ้ย, เสริมฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยสุสาน, ฮวงจุ้ยพยากรณ์, ฮวงจุ้ยที่ดิน, อาจารย์แอน
 
        ทางแก้ง่ายๆก็คือ ย้ายป้ายทางตันออกไปให้อยู่ในตำแหน่งอื่นที่ไม่เด่น แล้วติดป้ายชื่อแผนกตรงตำแหน่งด้านข้างที่เดิมติดป้ายทางตันเอาไว้ โดยให้ทั้งขนาดและสีสันที่ดึงดูดสายตาผู้คน

        จะเห็นได้ว่า ในการปรับทำเลของอาจารย์แอนนั้น ไม่ได้ละเลย แม้กระทั่งสภาพแวดล้อมภายนอก ที่จะส่งผลกระทบมายังพื้นที่นั้น ๆ หรือสภาพแวดล้อมภายในของสถานประกอบการ แม้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อย แต่อาจมีความหมายถึงการที่ทำให้การดำเนินกิจการของสถานที่นั้นติดขัดได้  การปรับแต่งทำเลของอาจารย์ฯจะประสานกันทั้งภายนอกและภายในเพื่อให้เกิดความสมดุลเกิดขึ้น ณ สถานที่นั้นเสมอ  

        กรณีศึกษาครั้งนี้แค่เป็น 1 ในหลายๆ จุดที่อาจารย์ปรับพื้นที่นี้ คราวหน้าผู้เขียนจะมาเล่าต่อถึงการปรับภายในห้องทำงาน